ภาพยนต์ที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ The Impossible

The Impossible ภาพเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ

The Impossible

The Impossible ภาพเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ บน แผ่นดิน บ้านเกิด ยังไม่ หายไป จาก หัวใจ คน

ประเทศไทย ทุกคนเลียนแบบภาพสถานะการณ์ ของ ครอบครัว สเปน ครอบครัวหนึ่งที่เผชิญภัยจากเหตุสึนามิ

ในประเทศไทย เมื่อปี 2004 สึนามิครั้งที่พวกเรา ไม่เคย มีประสบการณ์ มาก่อน แล้วก็สุดรุนแรง ทำให้มี คนบาด

เจ็บรวมทั้งตาย เป็น ปริมาณ สูง เอาการ และก็ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อของ ชาวไทย ก็ทำให้มีหลายๆคนถือเอาไป

เล่า สู่ กัน ฟัง

ย้อนกลับไป เมื่อ ปี 2004 อาจ ไม่มีผู้ใด คาดหมาย แม้ว่าจะ เกิดเหตุเรื่องเศร้า ที่ พราก หลาก ชีวิต แล้วก็

ทำลาย ทุก สิ่งไป ข้างในตอน พริบตาเดียว มันเกิดเรื่องราวน่าสะเทือนใจ ที่ ก่อนหน้าที่ผ่านมาไม่เคยมีคนใดกัน

แน่ จะ กล้าจับ จับ มัน บอก เล่าตรงๆ

แล้วก็สุดท้าย ก็หยิบ มัน มาเล่า อย่างไม่อ้อมค้อม ที่ สำคัญ ซึ่งมันมานะ ที่จะ แต่งรวมทั้งเอ สีให้เจือจาง น้อย

ที่สุด และก็ผลที่ได้ ก็คือภาพยนตร์ที่ ทรงอำนาจ เหลือหลาย อีกทั้งทางภาพ และ อารมณ์

เรา รู้ตั้งแต่ตอนแรก ว่า หัวข้อนี้ เกี่ยวกับ ภัยพิบัติ สึนามิ ที่เกิด ขึ้น ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุผลดัง

กล่าว ภาพ ตอน ก่อน เกิดเหตุการณ์ นั้น ก็เลย เป็น ภาพ ที่ น่า ปวดใจ ยิ่งนัก พวกเรา เห็นภาพ ของครอบครัว

ปกติ ที่ หา เวลา มา พักราวกับ ครอบครัว อื่นๆ ที่ รู้สึกว่าตรงนี้ นั้นเป็น ดินแดน สรวงสวรรค์ โดย ที่ ไม่เคยทราบ

เลย ว่า จะ กำเนิด อะไร ขึ้นอยู่กับ พวกเขา เพราะฉะนั้น แล้ว เมื่อพวกเรา มองเห็น พวกเขา แฮปปี้เยอะแค่ไหน

พวกเรา ผู้ชม ก็ ยิ่ง เจ็บปวดรวดร้าว มากเพิ่มขึ้น เพียงแค่นั้น

สิ่ง ที่ พิเศษ อีกอย่างหนึ่งใน ก็คือ มัน เป็นเรื่องราว ของหายนะ ที่ อิงกับความจริง สูง หรือ ถ้า ให้ กล่าว อีก

ประการหนึ่ง ก็คือเรื่องราว ของมัน เองก็มิได้ มีความ สลับซับซ้อน หรือ เคร่งเครียด แบบ หนัง ฮอลี วู้ ด นิยม มาก

แค่ไหน นัก อีกทั้งนี่จะต้อง บอกว่า เป็นด้วยเหตุว่า หนัง หัวข้อนี้ ไม่ใช่หนัง จาก ทาง ฝั่ง อเมริกา ที่ มีรส ชาติ ที่

คนไม่ใช่น้อย รู้จักดี ถ้า แม่กระนั้น มาจาก ทาง ประเทศสเปน ซึ่ง ก็ มี อารมณ์ ที่ แตกต่าง ออกไป

แม้ว่าหลายคนอาจจะมองเห็นว่าเรื่องราวไม่หนักแน่นหรือไม่สนุกสนานแบบหนัง ภัยพิบัติเรื่องอื่น แต่ในอีกด้าน

หนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ เรื่องราวของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราและก็ผ่านไป

เรื่องราวที่เราคงไม่มีทางรู้ และแม้จะผ่านไปแล้วมันก็ยังคงติดตัวกับเราไปกับชีวิตและความทรงจำ

แน่นอน เราเชื่อว่า พูดถึงความหวังในชีวิตของมนุษย์ แต่เราเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มากมายแค่ไหนกัน ภาพของ

ความหายนะที่วิ่งเข้าหาเราโดยไม่มีทางรู้ตัว และเมื่อเราเอาตัวรอดจากมันได้แล้ว มันคือความปลอดภัยจริงหรือ

หรือแท้ที่จริงมันเพิ่งจะเริ่มต้น หลังจากหายนะที่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติจะทิ้งเหลือเพียงแค่ความเงียบงัน อีกด้าน

หนึ่งความสับสนวุ่นวายก็บังเกิดเพราะอีกหลายชีวิตกำลังพยายามอย่าง เต็มกำลังเพื่อเอาตัวรอด

มีช่วงหนึ่งเรื่องราวเหมือนจะดำเนินไปหนทางของความหวัง ลูคัส เด็กชายได้รับคำขอจากแม่ให้ไปช่วยเหลือคน

อื่นเท่าที่จะทำได้ แม้จะเป็นโอกาสหนึ่งในพันที่เขาสามารถทำสำเร็จ แต่วินาทีที่เปี่ยมด้วยความหวังที่เราเชื่อว่า

ตัวเรานั้นสามารถที่จะทำอะไร ได้ก็ถูกดับลงด้วยคำถามที่ว่าแท้จริงเราทำอะไรไม่ได้เลยหรือเปล่า

ทั้งความหวังและความสิ้นหวังเป็นภาพที่ตัดสลับกันในหนังเรื่องนี้ มันไม่ได้นำเสนอในแง่ใดแง่หนึ่งอย่างสร้าง

ภาพเกินไป เราควรจะเรียกได้ว่ามันเกิดขึ้นไปตามกลไกและความสามารถที่เราจะสามารถทำได้ ในตอนนั้น ภาพ

ของความหวาดกลัวที่เราไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีก ภาพของความตายที่หลงเหลือเอาไว้ แต่ในความตายก็มี

ยังมีชีวิต เช่นเดียวกับชีวิตที่มีความตาย ภาพของชายชราผอมแห้งที่พยายามลากหญิงสาวผิวขาวอย่างทุลักทุเล

ทั้งที่เป็นแผล ที่ขา แต่เมื่อมองไปในแววตาสิ่งที่เรามองเห็นคือความจริงใจที่เปี่ยมล้น และที่สำคัญคือมันไม่

จำเป็นต้องบรรยายด้วยคำพูดอะไร หากเพียงแต่ภาพของแววตาของคนสองคนทีจับจ้องด้วยกันนั้นมันก็มีพลังที่

มาก เกินเหลือเชื่อ

และตัวเองนั้นก็ไม่ได้ต้องการที่จะบีบคั้นให้เรารู้สึกสิ้นหวัง และทีสำคัญมันเองก็ไม่ได้หักหาญน้ำใจของผู้ชม มัน

ไม่ทำร้ายเราด้วยการขยี้ความหวังของเราและบอกเราว่านี่คือโลกแห่งความ จริง กลับกันมันให้เรามองไปยังแสง

แห่งความหวังและให้กันไปรอบ ๆ ว่าพื้นที่ที่แสงส่องไปไม่ถึงนั้นมันมืดแค่ไหน

ต้องยอมรับว่าช่วงหลังของเรื่องนั้นอาจไม่ทรงพลังเท่าช่วงแรกที่ทำให้เรา หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ในทางกลับกัน

มันก็ทำให้เราได้เห็นภาพหลายอย่างที่น่าสนใจรวมถึงฉากที่เรา กล่าวไปถึงข้างต้น แม้ว่าสถานการณ์นั้นจะดู

วุ่นวายไปบ้าง เพราะมันต้องการที่จะนำพาตัวละครที่แตกกระจายเข้าไว้ด้วยกัน แต่มันก็ไม่ใช่ข้อเสียที่เลวร้ายแต่

อย่างใด

หากพูดถึงฉากดี ๆ ของ The Impossible ก็คงมีมากมายนับไม่ถ้วน หากพูดอย่างไม่เป็นกลางแล้วคงสามารถพูด

ได้ว่าฉากที่ตัวละครหลักในเรื่องนั้น เจอตัวละครคนอื่นเป็นฉากที่มีความน่าสนใจ เพราะในมุมหนึ่งมันคือเรื่องราว

ที่คนแปลกหน้ามาพบกัน ร่วมมือกันโดยไม่สนใจถึงเชื้อชาติใด ๆ อีกแง่มุมหนึ่งก็คือมันเสน่ห์ของชีวิตที่น่า

หลงใหล กับเรื่องราวของคนแปลกหน้าบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ทิ้งบางสิ่งไว้ให้เรา และผ่านไปโดยที่

คงไม่มีทางได้พบกันอีก

ในความเห็นส่วนตัวฉากหนึ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบคือฉากที่ตัวละครสองคนพบกัน อีกครั้งบนเตียงผู้ป่วย คำพูด

ประโยคแรกที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาคงไม่มีใครคิดหรอกว่ามันจะเป็นกำลังใจให้ อีกคนได้มากมายแค่ไหน และหาก

ไร้ซึ่งคำพูดนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ฉากถัดมาเองก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ มันเกิดขึ้นหลังจากคำพูดที่ว่าให้หลับตาลงแล้วนึกถึงแต่สิ่งดี ๆ หากแต่ภาพ

ถัดมาที่เราเห็นคือภาพของตัวละครคนนั้นโดนคลื่นหนักซัดกระหน่ำทำ ให้ทุกอยางหายไปในพริบตา ร่างที่

ควบคุมไม่ได้ถูกคลื่นน้ำพัดเหวี่ยงไปทั่ว กิ่งหนามมากมายเฉือนร่างอย่างเจ็บปวด สิ่งแปลกปลอมพันรอบคอจน

เกือบเอาไม่ออก และร่างนั้นเองก็ทิ้งดิ่งลงในน้ำลึกที่ดูมืดและสิ้นหวัง หากแต่เหนือผิวน้ำนั้นคือแสงสว่างเรืองรอง

ที่ตัวละครนั้นพยายามที่จะไขว่ คว้ามันเอาไว้ ไม่ต้องอธิบายต่อเราก็รู้ว่ามันเป็นฉากที่แสดงถึงการอยู่รอดและ

ความหวังของ มนุษย์ แม้จะดูเหมือนปรุงแต่งจนเกินพอดีแต่มันก็ได้รับการเบรคเอาไว้ไม่ให้เลยเถิด จนเกินไป

ด้วยเสียงดนตรีที่ตึงเครียดและกดดันมากกว่าจะเป็นเสียงสรรเสริญแห่งความสุข

ทั้งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่หนังต้องการจะบอก มันเชื่อมไปกับฉากสุดท้าย เหมือนมันกำลังบอกเราว่าแม้เราจะปลอดภัย

แล้ว แต่เรื่องราวต่าง ๆ ก็ยังคงดำเนินต่อไปในฉากหลังที่เรามองไม่เห็น เหล่าผู้คนที่ยังคงพลัดพราก ครอบครัวที่

สูญเสีย เหล่าผู้คนที่กำลังค้นหา เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ได้เป็นการปลอบประโลมหรือสร้างความหวังให้แก่เราจะไร้

สติ กลับกันมันย้ำลึกความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ในใจเราเอาไว้อีกครั้ง

ดูหนังฟรี

ภาพยนต์ The Royal Tenenbaums ความเจ้าชู้ของทนาย

The Royal Tenenbaums หนังตลกร้ายกาจมาดดี

The Royal Tenenbaums

The Royal Tenenbaums หนังตลกร้ายกาจมาดดี การที่คนคนหนึ่งเดิบโตขึ้นมา บน ความรู้สึกเว้าแหว่ง บาง

อย่าง นั้นบางทีก็อาจจะ รู้สึกตัว บางที่ก็อาจจะ ไม่ แต่ว่า ในที่สุด แล้ว ทุกคน ต่างก็ พยายาม ทดแทน ความรู้สึก

นั้น ด้วย ปฏิกิริยา แล้วก็ พฤติกรรม ที่ แตกต่างกันไป

รอยัล เป็น ทนาย มีชื่อ แต่ มีปัญหา เป็น ความ เจ้าชู้ และ ยึด ตนเองเป็นชศูนย์กลาง เขา มีปัญหา กับ “เอธิลีน”

ภรรยา ของเขา กระทั่งตกลงใจแยกทาง กัน โดย ไม่ได้ หย่า กัน อย่างเป็นทางการ แต่ว่ารอยัลก็ ยังคงมาดู แล

เยี่ยมลูกๆ ของเขา อยู่เป็นประจำ มาเล่น กับลูก พาไปเที่ยวบ้าง แม้กระนั้น ด้วย ความนึกคิด และก็การเอาแต่ใจ

อะไรบางอย่างของ เขา มัน ได้สร้าง ปัญหา ใน จิตใจ ของ ลูกๆ ของเขา โดย ที่ ไม่รู้ตัวทำให้หากว่า พวกเขา ทั้ง

ยัง สาม คน จะ เป็น เด็ก ฉลาดหลักแหลม รวมทั้งฉลาด แต่ว่า เมื่อพบเจอกับปัญหา ชีวิต กลับ ล้มเหลว อย่าง

หมดรูป

แชสเป็นเด็กอัจฉริยะ ทำธุรกิจจนมีรายได้ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ตอนเด็กๆพ่อของเขามัก

จะไปเที่ยวเล่นสนุกๆกับริชชี่ โดยที่แชสและมาโก้ต์ก็จะอยู่ที่บ้าน ซึ่งสิ่งนี้มันได้สร้างความเคลือบแคลงในความ

รักของพ่อที่มีต่อแชส และยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งสำคัญแชสในวัยเด็กคือการเล่นยิงปืนกัน

โดยที่เขาอยู่ฝั่งเดียวกับรอยัล แต่กลับกลายเป็นว่าเขาถูกรอยัลยิง ซึ่งในมุมมองของแชสนั้นไม่ต่างอะไรกับการ

ถูกทรยศเลย (แต่สำหรับรอยัลนั้น มันคือการเล่นสนุก และการหักหลัง (กันในเกม) มันก็คือเล่นสนุกแบบหนึ่ง)

เท่ากับว่าแชสเติบโตมาบนความรู้สึก “เกลียดพ่อ” และรู้สึกไม่ปลอดภัย (Insecure) เพราะแม้แต่พ่อของเขาเองก็

ยังหักหลังเขาได้

และเมื่อแชสเติบโตขึ้นมาเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับอีกปัญหาอันใหญ่หลวงคือการสูญเสียภรรยาไปจากอุบัติเหตุ

เครื่องบิน ซึ่งทั้งเขาและลูกๆก็อยู่บนนั้นด้วยแต่กลับรอดชีวิต

แชสกลายเป็นคนขี้ระแวง กลัวความไม่ปลอดภัยทุกชนิด แชสปลุกลูกสองคนของเขากลางดึกเพื่อซ้อมการเผชิญ

หน้ากับอัคคีภัย ย้ายมาอยู่กับแม่เมื่อพบว่าที่บ้านตัวเองไม่มีสปริงเกอร์ และใส่ชุดวอร์มตลอดเวลาเพื่อความคล่อง

ตัว (รวมถึงลูกทั้งสองคนด้วย)

เดิมทีแชสก็น่าจะเป็นไม่ค่อยไว้ใจใครอยู่แล้ว สังเกตว่าแม้แต่กับคนคุ้นเคยอย่าง “เฮนรี่ เชอร์แมน” นักบัญชีที่

ทำงานมาให้ครอบครัวมาหลายสิบปี (ซึ่งกำลังคบหากับ “เอธิลีน” แม่ของแชสอยู่) แชสเองก็ยังเรียกด้วย

นามสกุลอยู่ แต่เมื่อเกิดเหตุเช่นนั้นกับภรรยาของเขา เขายิ่งไม่ไว้ใจและเกิดความกลัวมากยิ่งขึ้น จนสังเกตได้ว่า

แชสนั้นมีปัญหาแล้ว

จะเห็นว่าจริงๆแล้วเขาก็ต้องการคนดูแลและอยู่เคียงข้างเขาเช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่รู้สึกถึงการได้รับการ

ดูแลอย่างใกล้ชิดนัก ทำให้มองได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อนั้นน่าจะมีส่วนอย่างมากในการเพาะบ่มตัว

ตนของเขามาเป็นแบบนี้ กลายเป็นคนที่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร ละเอียดรอบคอบ ระมัดระวังตัว ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นไป

เพื่อป้องกันตัวเองจากการสูญเสียและผิดหวัง (ถ้าระมัดระวังเราก็จะปลอดภัย ถ้าเราไม่ไว้ใจใครก็จะไม่มีใครมา

หักหลังเราได้)

มาโก้ต์เป็นเด็กสาวที่เติบโตโดยการรับรู้มาตลอดว่าเธอเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้เป็นข้อเสีย

เสียทีเดียวถ้าเธอรับรู้ว่าเธอก็ได้รับความรักอย่างที่ลูกคนหนึ่งควรได้ แต่จากการที่เธอถูกย้ำอยู่บ่อยๆจากพ่อว่า

เธอเป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง บวกกับความใกล้ชิดที่พ่อมีให้ (ซึ่งไม่มาก) มันไม่ได้ทำให้มาร์โก้ต์มีความมั่นใจในความ

รักของพ่อและในคุณค่าของตัวเองเลย แม้ว่าเธอจะได้ชื่อว่าเป็นเด็กอัจฉริยะทางด้านการเขียนก็ตาม

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือในงานวันเกิดปีหนึ่งของมาโก้ต์ที่พี่น้องทั้งสามคนแสดงละคร มาโก้ต์ถามพ่อของเธอว่าพวก

เราแสดงเป็นอย่างไรบ้าง สิ่งที่พ่อตอบแม้ว่าจะไม่ได้มีท่าทีต่อว่าแต่ก็ไม่ได้แสดงถึงการชื่นชมหรือยอมรับ

(ประมาณว่า “พวกเธอก็แค่ใส่ชุดสัตว์เฉยๆนี่ มันไม่ได้เรียกว่าการแสดง”) ซึ่งสิ่งที่พูดมาอาจจะถูกตามความหมาย

ของมัน แต่ในบริบทนี้การให้คำชมก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไร (และจะว่าไปก็ทำในสิ่งที่น่าชื่นชมจริงๆ) ซึ่งการ

ที่มาโก้ต์ไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสมจากพ่อครั้งนี้จึงเสมือนเป็นการย้ำอีกครั้งว่าเธอไม่ได้เป็นที่รักของ

พ่อและอาจจะไม่เป็นที่รักของใครเลย

มาโก้ต์โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สายตาเย็นชา แยกตัว สีหน้าอมทุกข์อยู่ตลอด และมีความสัมพันธ์กับใครต่อใคร

มากมายแต่กลับไม่ยั่งยืน

สังเกตจากคนรัก (หรือบางคนอาจจะเป็นแค่คู่นอน) ของเธอนั้นแต่ละคนช่างมีความแตกต่างกันมากเสียจนเดาไม่

ถูกว่าเธอชอบผู้ชายแบบไหนกันแน่ มีตั้งแต่นักดนตรีเรกเก้จนถึงนักประสาทวิทยา มีทั้งหญิงทั้งชาย ซึ่งแต่ละ

ความสัมพันธ์นั้นก็จบลงในระยะอันสั้น โดยที่มาร์โก้ต์เองอาจจะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรือว่าเธออาจจะต้องการ

แค่ใครที่อยู่เคียงข้างเธอเท่านั้นเองก็เป็นได้แต่เผอิญว่าสุดท้ายคนคนนั้นก็ไม่ใช่คนที่เธอต้องการ

แต่จะว่าไปในหนังนั้นก็มีอยู่อย่างน้อยสองครั้งที่เราสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มและความสุขของมาร์โก้ต์ ครั้งหนึ่งซึ่งอาจ

จะไม่ชัดมากคือครั้งที่เธอไปดูการแข่งเทนนิสที่ริชชี่แข่งโดยมีไรลี่ย์ สามีคนล่าสุดของเธอนั่งอยู่ข้างๆ (ซึ่งตอน

นั้นเพิ่งแต่งงานกัน) กับอีกครั้งคือการพบกันระหว่างเธอกับริชชี่หลังจากการท่องมหาสมุทรมาอย่างยาวนานของ

ริชชี่

ริชชี่ดูจะเป็นเด็กที่สุขภาพจิตดีที่สุดในบรรดาสามพี่น้อง ริชชี่เก่งกาจทางด้านกีฬาเทนนิส ชอบวาดภาพ (แม้ว่าจะ

ไม่สวยนัก) และเป็นลูกที่รอยัลพาไปเที่ยวด้วยบ่อยที่สุด

ถึงจะบอกว่ามาร์โก้ต์เป็นพี่น้องที่ถูกรับมาเลี้ยง ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ตาม แต่จากการเติบโตที่ผ่านการเลี้ยงดู

มาอย่างชัดเจนว่าเป็นพี่น้องกัน การหลงรักพี่น้องของตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องปกติ

ริชชี่รักมาร์โก้ต์มาตั้งแต่ยังเด็ก ฝาผนังห้องของริชชี่เต็มไปด้วยภาพวาดใบหน้าของมาร์โก้ต์ และนอกจากนั้นทั้ง

คู่ยังเคยหนีออกจากบ้านไปซ่อนตัวด้วยกัน แต่ความรักของริชชี่มาพังทลายหลังจากที่ได้เห็นว่ามาร์โก้ต์แต่งงาน

กับไรลี่ย์ (ซึ่งทำให้ริชชี่เสียการควบคุมจนทำให้การแข่งขันของเขาเละเทะไม่เป็นท่า และจากนั้นก็ไม่ได้เล่น

เทนนิสอีกเลย)

บอกได้ยากว่าเพราะอะไรที่ทำให้ริชชี่ถึงรู้สึกรักมาร์โก้ต์อย่างที่ไม่ควรรู้สึกกับคนที่เป็นพี่น้องกัน แต่อาจจะเป็น

เพราะว่าริชชี่ในวัยเด็กนั้นไม่ได้มีเพื่อนมากนัก (เหมือนว่าริชชี่จะมีเพื่อนคนเดียวคือ เด็กแปลกๆที่ชื่ออีไล ซึ่งอยู่

บ้านตรงกันข้าม และจะว่าไปอีไลนั้นก็เป็นเด็กอีกคนที่มีชีวิตในวัยเด็กที่ขาดพร่องความรักและการเอาใจใส่จน

ต้องมาหาการยอมรับจากครอบครัวเทนเนนบัมแทน) และปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ก็ไม่ได้มากนักแม้ว่าจะดูมากกว่าพี่

น้องคนอื่นก็ตาม ซึ่งอาจจะทำให้รู้สึกเหงาและมาร์โก้ต์ก็เป้นเด็กผู้หญิงที่ใกล้ชิดกัน ร่วมกับการที่ไม่ได้รับรู้ตัว

อย่างที่ถูกต้องเหมาะสมเพราะผู้ใหญ่เองก็สามารถที่จะแนะนำและปรับพฤติกรรมไปในทางที่เหมาะสมได้ ซึ่งจะ

เห็นว่าริชชี่วาดรูปมาร์โก้ต์ติดผนังไปมากมายโดยที่ไม่มีใครทักท้วงไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ก็ตาม ในส่วนลึกริชชี่

จึงไม่ได้รู้สึกว่าการที่เขารักมาร์โก้ต์นั้นจะเป็นเรื่องที่ผิดแต่อย่างใด

หลังจากการผิดหวังครั้งนั้น ริชชี่ก็ต้องมาผิดหวังซ้ำอีกครั้งหลังจากที่ได้รู้ประวัติของมาร์โก้ต์ซึ่งไม่มีใครรู้มาก่อน

(รวมถึงการที่เธอสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 12 ด้วย) การที่ริชชี่ได้รู้ว่ามาร์โก้ต์นั้นเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง

รวมถึงมีสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคนรวมไปถึง อีไล เพื่อนของเขาด้วย มันจึงทำให้ริชชี่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย

ริชชี่กรีดแขนตัวเองทั้งสองข้างเป็นทางยาวและลึกบ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะตายอย่างรุนแรง มันสะท้อนถึงความ

โกรธ (anger) และความรุนแรง (aggression) ที่มีอยู่ภายในที่เขาไม่สามารถระบายออกไปที่ใดได้ และสุดท้ายก็

วกกลับมาทำลายที่ตัวเขาเอง

ซึ่งดูเหมือนว่าหลังจากที่ริชชี่กรีดแขนตัวเองไปแล้ว aggression ในใจก็ได้ถูกระบายออกไป ริชชี่กลับมาที่บ้าน

และมาสารภาพความรู้สึกของเขาที่มีต่อมาร์โก้ต์ ซึ่งมาร์โก้ต์ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

อันที่จริงแล้วจะกล่าวโทษรอยัลเพียงผู้เดียวที่จะให้เด็กๆทั้งสามคนเติบโตมาแบบนี้ก็คงไม่ถูกต้อง แต่ก็ปฏิเสธไม่

ได้เหมือนกันว่าเขามีส่วนสำคัญทีเดียว

เราไม่รู้ว่าปูมหลังของรอยัลเป็นเช่นใด แต่จากที่พบเห็นรอยัลเป็นคนที่เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลาง เอาแต่ใจ และ

หลายๆครั้งไม่ได้คิดว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของเขา

อย่างเช่นการที่เขาโกหกทุกคนว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและใกล้จะตายเพราะว่าต้องการที่จะรั้งภรรยาของ

เขาไม่ให้แต่งงานใหม่ ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่ได้เจอภรรยามาหลายปีแล้ว (และอาจจะรวมกับที่เขาโดนไล่จากที่พัก

เก่าด้วยทำให้ต้องมาอยู่ที่บ้านเดิม)

บุคลิกอีกอย่างของรอยัลคือเป็นผู้ใหญ่ที่ยังไม่โต เขายังชอบเล่นสนุกๆแบบเด็กๆ และการที่เขายิงปืนใส่แชส นั่น

ก็น่าจะเป็นเพราะว่าเขาลืมไปว่าเขาเป็นผู้ใหญ่และเป็นพ่อคนแล้ว จะเล่นสนุกโดยที่ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่นไม่ได้

แต่การที่รอยัลกลับมา (แม้ว่าจะเริ่มต้นจากการโกหก) เขาก็ได้พบว่าการที่เขาได้ใกล้ชิดครอบครัว ได้ใกล้ชิดลูกๆ

หลานๆของเขานั้นมีความสุขมากแค่ไหน ซึ่งน่าเศร้าที่เขาไม่ได้รับรู้ความรู้สึกเช่นนี้ตั้งแต่เขาสร้างครอบครัวใหม่ๆ

แต่กระนั้นรอยัลก็พยายามแก้ไขหลายๆสิ่งที่เขาทำผิดพลาดไป (รอยัลยอมเซ็นใบหย่าและช่วยอดีตภรรยาของ

เขาจัดงานแต่ง) จนในช่วงท้ายของชีวิตเขา ทั้งตัวเขาและลูกๆของเขาเริ่มกลับเข้าที่เข้าทางมากขึ้น

บทสรุปในตอนท้าย หลังจากที่แชสได้เห็นว่าพ่อของเขาพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองและยังได้ช่วยชีวิตลูกชาย

ของเขาทั้งสองจากอุบัติเหตุรถยนต์ แชสจึงเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองบ้างและใกล้ชิดกับรอยัลมากขึ้น จนเป็นลูกคน

เดียวที่ได้อยู่ดูใจก่อนที่รอยัลจะเสียชีวิต

ส่วนมาร์โก้ต์และริชชี่ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะสารภาพความในใจไปแล้ว (และทั้งคู่ก็รักกัน) แต่ทั้งคู่เลือกที่จะวางความ

สัมพันธ์ไว้ที่ตรงจุดนั้น ซึ่งไม่แน่ว่าทั้งคู่จะตัดสินใจอย่างไรในอนาคต แต่ที่ชัดเจนมากกว่าคือทั้งคู่สามารถกลับ

มาใช้ชีวิตปกติได้ มาร์โก้ต์กลับมาเขียนบทละคร ริชชี่ก็เลือกที่จะสอนเทนนิสให้เด็กๆ

ครอบครัวเทนเนนบัมเป็นตัวอย่างที่ดีของ “ครอบครัวที่ไม่เป็นครอบครัว” (dysfunction family) ซึ่งมันส่งผลต่อ

สมาชิกในครอบครัวอย่างมากโดยเฉพาะเด็กๆในครอบครัว แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีเช่นกันสำหรับคนที่ต้องการแก้ไข

บางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้น (ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่าง)

เวส แอนเดอร์สัน เล่าเรื่องราวนี้ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ผ่านสีสันของภาพที่ดูหวาน

สดใส แต่กลับซ่อนประเด็นและเนื้อหาที่หนักอึ้งชวนหดหู่ จนไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นหนังที่สนุกมากๆเมื่อเทียบกับ

เรื่องราวของหนังที่เกิดขึ้น

ดูหนัง

ภาพยนตร์แนวโรแมนติก Pride & Prejudice

Pride & Prejudice เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก

Pride & Prejudice

Pride & Prejudice เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 2005 กำกับโดย โจ ไรท์

อิงจากนวนิยายของเจน ออสเตนในชื่อเดียวกันที่ตีพิมพ์ใน ค.ศ. 1813

ใน มุม หนึ่งของ อังกฤษ ในตอน จบศตวรรษ ที่ 18 มิสซิสเบนเน็ต (เบรนด้า เบล็ทธิน) ได้รู้ข่าวสาร อันน่าเร้าใจ

หนุ่มโสดผู้มีเงินมีทองรายหนึ่ง ได้ย้าย มา อยู่ ใน คฤหาสน์ ที่ เนเธอร์ฟิลด์ ปาร์ก มิสซิส เบน เน็ตที่ มีลูก สาว ถึง

5 คน และ ก็ ไม่มี ซึ่ง เงินทอง นับว่าเป็น หน้าที่ ของคุณที่จะ ทำให้หนุ่มโสด ผู้นี้ สมรส กับ บุตรสาว คน หนึ่ง

ของคุณมิสเตอร์ ชาร์ลส์ บิงลี่ย์ (ไซม่อน วู้ดส์) ผู้เพิ่งจะ ย้ายมา ใหม่ กำเนิดสนใจ ใน ตัวเจน เบนเน็ต ( โรซามันด์

ไพค์) บุตรสาว คนโต ของครอบครัว ซึ่งเป็นสาว งาม ที่ มอง เรียบร้อย โชคร้าย ที่ มิสเตอร์ ฟิต ซ์วิลเลี่ยม ดาร์ซี

(แมทธิว เม็คฟาเดียน) สหาย ที่ เป็น ชายหนุ่ม เนื้อ หอมของ เขา ไม่คิด จะ ลดตัว เอง ลงมา คลุกคลี กับ ชาวกรุง

เขา ไม่ยอมรับที่จะเต้นรำ กับ เอ ลิ ซา เบธ เบน เน็ต (คีร์รา ไนท์ลีย์) โดย หารู้ไม่ ว่าคุณได้ยินโดยบังเอิญคำดูถูก

ของเขา เข้า

คำเชิญ จาก น้องสาว ของ บิงลี่ย์ ทำให้ มิสชิส เบนเน็ต ส่งเจน ขึ้น หลังม้า ออกไป ท่ามกลางสายฝน ซึ่ง ทำให้

คุณ จำต้องค้างตรงนั้น แต่ว่าเจน กำเนิดล้มปวย แล้วก็เอลิซาเบธ จำต้องรีบ ไปพบพี่สาว เมื่อได้ทราบ จะ รู้จัก กัน

เยอะขึ้น ดาร์ซี่ เริ่ม กำเนิด ความชื่นชอบ ใน ตัว ลิซซี่การ มาถึงของกอง ทหาร สมัครใจ ทำให้ เอลิซาเบธ กำเนิด

ความพอใจใน ตัวมิสเตอร์ วิคแฮม (รูเพิร์ต เฟรนด์) ความสนิทสนม ที่เกิด ขึ้นอย่างเร็ว ระหว่าง เขา กับ คุณ ทำให้

วิค แฮมกล้า กล่าวมาว่าเขา เคยมีอดีตกาล กับดาร์ซี และก็เคยจำเป็นต้อง ทรมาทรกรรม กับ ความไม่เป็นธรรม ที่

ได้รับ จาก ดาร์ซี่ ครอบครัว เบนเน็ต ยังมี แขก ที่ ไม่ได้ รับเชิญ อีก คน เขา ก็คือ มิสเตอร์คอลลินส์ (ทอม ฮอล

แลนเดอร์) ญาติที่กำลังจะได้ รับมรดก สืบทอด เป็นบ้าน ของ ครอบครัว เบน เน็ตเมื่อมิสเตอร์เบน เน็ต จบชีวิต ลง

แม้กระนั้น เป็น ผู้ที่ ยื่นข้อเสนอ จะ สมรสกับ บุตรสาว คน หนึ่ง ของครอบครัว คอลลินส์ ที่ ได้รับ การรับรอง อย่าง

เชื่อถือ จากมิสซิสเบน เน็ตว่า เจน กำลังจะหมั้นหมาย ก็เลย หันไป พึ่งพอใจ เอลิซา เบธแทน

ชะตากรรมในเรื่องความรักของสองสาวแขวนอยู่กับงานเลี้ยงที่เนเธอร์ฟิลด์ ซึ่งลิซซี่ที่เกิดความผิดหวังเมื่อมิสเต

อร์วิคแฮมหายตัวไป โยนความผิดให้กับดาร์ซี่ หลังจากงานเลี้ยง บิงลี่ย์จากไปอย่างกะทันหัน ทิ้งให้เจนหัวใจ

สลายและเอลิซาเบธรู้สึกโกรธแค้น เธอปฏิเสธคำขอแต่งงานของคอลลินส์ท่ามกลางเสียงโวยวายของคนทั้ง

ครอบครัว แต่ที่สร้างความตกใจให้กับเอลิซาเบธก็คือชาร์ล็อตต์ ลูคัส (คลาวดี้ แบล็กลี่ย์) เพื่อนของเธอกลับ

ตกลงใจที่จะแต่งงานกับมิสเตอร์คอลลินส์

ในเวลาต่อมา เอลิซาเบธได้เดินทางไปเยี่ยมคู่แต่งงานใหม่และได้พบกับ เลดี้แคเธอรีน เดอ บัวร์ก (จูดี้ เดนช์) ผู้

อุปถัมภ์ของมิสเตอร์คอลลินส์ เลดี้แคเธอรีนกำลังต้อนรับชายหนุ่มสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือมิสเตอร์ดาร์ซี่ ผู้

สร้างความตื่นตะลึงให้กับเอลิซาเบธด้วยการประกาศความรักของเขา เอลิซาเบธปฏิเสธ โดยกล่าวหาว่าเขาเป็น

คนทำลายความสุขของเจนและความหวังของมิสเตอร์วิคแฮม พวกเขาจากกันด้วยความรู้สึกโกรธขึ้ง แต่ดาร์ซี่

เขียนจดหมายถึงเธอฉบับหนึ่งที่ทำให้เอลิซาเบธต้องมองดูเหตุการณ์ต่างๆ แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะใน

เรื่องการทรยศของวิคแฮม

เมื่อกลับถึงบ้าน เอลิซาเบธพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงเมื่อลิเดีย น้องสาวคนสุดท้อง ได้รับเชิญให้ไปที่ไบรห์

ตันขณะที่กองทหารอาสากำลังจะจากไป แต่พ่อของเธอกลับหัวเราะความหวาดกลัวของเอลิซาเบธที่เป็นห่วง

น้องสาว ลิซซี่จึงตอบตกลงยอมร่วมเดินทางไปพร้อมกับป้าและลุงของเธอเพื่อเดินทางไปยังตำบลพีก อย่างไรก็

ดี เมื่อลุงและป้ายืนกรานที่จะเดินทาง ไปเยี่ยมเยียนเพมเบอร์ลี่ย์ บ้านของดาร์ซี่ที่เดอร์บี้ไชร์ ลิซซี่รู้สึกลำบากใจ

ที่จะต้องเผชิญหน้ากับมิสเตอร์ดาร์ซี่ และเธอต้องยุ่งยากใจเมื่อได้พบการต้อนรับอันแสนอบอุ่นของเขา

ขณะที่ทั้งสองคนเริ่มเกิดความเข้าใจกัน วิกฤตข่าวลือเริ่มปะทุขึ้น ลิเดียหนีไปกับวิคแฮม แต่สุดท้ายความวิตก

กังวลเริ่มผ่อนคลายลง เมื่อมีการจัดเตรียมงานแต่งงาน ลิเดียและวิคแฮมกลับมา และเอลิซาเบธเริ่มรู้สึกดีขึ้นที่

มิสเตอร์ดาร์ซี่เป็นผู้รับผิดชอบจัดงานแต่งงานของพวกเขา บัดนี้ เมื่อทุกอย่างเกือบจะสายเกินไป เอลิซาเบธเริ่ม

รู้สึกตัวว่าเธอรักดาร์ซี่แค่ไหน การกลับมาของบิงลี่ย์พร้อมด้วยดาร์ซี่ ทำให้เกิดความหวังว่า เอลิซาเบธและดาร์ซี่

อาจจะสามารถมองข้ามทิฐิและอคติต่างๆ เพื่อจะมีอนาคตร่วมกันได้

เว็บดูหนังฟรี

หนัง Air Doll ลมหายใจที่เข้าออกร่าง บางครั้งก็ไม่ได้บ่งบอกถึงการมีหัวใจ

Air Doll เรื่องราวของตุ๊กตายาง

Air Doll

Air Doll เรื่องราวของตุ๊กตายาง (ดูนาแบ) เธออาศัยอยู่ กับ ฮิเดโอะ (อิท สึจิ อิทาโอะ) เจ้านาย ขี้เหงา และก็เก็บ

เนื้อเก็บตัว หน้าที่ของเธอเป็นเป็นตุ๊กตายางรองรับอารมณ์ แต่ว่า สำหรับ อิทสึจิ เธอ เป็น ภรรยา ผู้เพอร์เฟกต์

ด้วย อยู่มาวันหนึ่งเธอ กลับ มีชีวิต แล้วก็เริ่ม ที่จะ บันเทิงใจ กับ การออกไป เดินเที่ยว ในเมือง เธอเจอกับผู้คน

มาก และได้ ศึกษา การใช้ ชีวิต แบบมนุษย์จนได้ไปพบกับ จุนอิจิ (อาราตะ) บุคลากรร้านค้าเช่าวิดีโอ และก็เริ่ม

ความเชื่อมโยง จนกระทั่ง แปลงเป็นความรัก ทุกๆอย่างดูเหมือนเป็นไปด้วยดี จนถึงมี สิ่งที่ นึกไม่ถึงเกิดขึ้นกับ

เธอ รายนาม ดารานำเบดูนา อิทสึจิ อิทาโอะ อาราตะ ผู้กำกับ ฮิโรกาซุ โครีอีดะ

วันหนึ่ง เมื่อดุ๊กตา ยางใน รูปลักษณ์ ของ เพศหญิง เกิด มีชีวิต ขึ้นมา จะคืออะไร คงจะ มิได้ สนุกราวกับ ตุ๊กตา

ของเล่นเด็ก ใน Toy Storyอย่างแน่แท้ และก็ ยิ่งเป็น ดุ๊กตา ยาง ที่ รอ บำบัดรักษา ความปรารถนาทางเพศ ให้

กับมนุษย์ ผู้ชาย ด้วย แล้ว ยิ่งคิด ภาพ ไม่ ออก แม้กระนั้น ฮิโรกาซึ่ โคเรเอดะ ก็ ทำให้การคืน ชีวิต ของตุ๊กตายาง

ผู้หญิงเปลี่ยนเป็นสิ่งที่สะท้อนความท้อแท้ เปยวหงอยเหงา และก็ ว่างเปล่า ของสังคม มนุษย์ ในขณะนี้ ได้

อย่างไม่น่าเชื่อ Air DOll ภาพยนตร์ ประเทศญี่ปุ่น เรื่อง ปัจจุบัน ของ ผู้กำกับ ที่เคย ส่งผลงาน ที่ ชื่อว่า

NobodyKnows เกิดเรื่องราวของตุ๊กตายาง ที่ชื่อ “โนโซมิ” ที่ บังเอิญ มีชีวิตขึ้นมา รวมทั้งเริ่ม ที่จะศึกษา กับ สิ่ง

มีชีวิต ที่อยู่ รอบกาย มันก็คือมนุษย์บางครั้ง โนโซมิ บางที่ก็อาจจะ เป็นผู้แทน ของมนุษย์ อีกพัน ธ์หนึ่งที่ไม่ได้

แต่ง แม้กระนั้น อยู่ ๆ วันหนึ่ง จำต้อง มา ดำเนินชีวิต กับ อีก พันธ์ ที่ได้รับ การปรุง แต่ง เป็นระเบียบเรียบร้อย แล้ว

แล้วก็ อย่างกับ ภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง ของ ประเทศญี่ปุ่น ที่ สร้างขึ้นจาก การ์ตูนประเทศญี่ปุ่น แต่ว่า ที่แปลก ผู้

แสดงนำฝ่ายหญิง ของเรื่อง ที่ รับบทบาทตุ๊กตา ยาง ที่ มีชีวิต กลับกลาย ของ ดาราหนัง สาว ประเทศเกาหลี ที่

ชื่อว่า แบ ดูนา ทั้งๆที่ ประเทศญี่ปุ่น ก็ มีดารา หญิง ซึ่งสามารถสวมบทนี้ ได้มากมาย

ในสังคมที่วุ่นวายแต่เต็มไปด้วยความอ้างว้าง ภาพของตึกสูงมากมายของโตเกียวที่ตัดกับสวนสาธารณะที่ว่าง

เปล่าที่มีชายแก่นั่งอยู่เป็นประจำ บางทีก็สะท้อนถึงความว่างเปล่าในความสับสนของชีวิตมนุษย์ เช่นกัน ฮิเดโอะ

ชายกลางคนพนักงานร้านอาหารที่มีชีวิตการทำงานเหมือนคนทั่วๆไปในโตเกียวกลางวันทำงาน กลางคืนกลับ

บ้านนอน พร้อมกับสิ่งคลายเครียดในบ้าน แต่สิ่งคลายเครียดของฮิเดโอะก็คือตุ๊กตายางเป่าลมที่ถูกออกนำมา

ขายเพื่อบำบัดความใคร่ แต่ความสุขของฮิเดโอะคือการได้อยู่กับตุ๊กตายางที่เขาตั้งชื่อว่าโนโซมิ เหมือนกับว่าโน

โซมิคือคู่รักและสมาชิกของครอบครัว กิจวัตรประจำวันหลังเลิกงานก็คือการได้ทานอาหารและเล่าเรื่องราวต่างๆ

ให้โนโซมิฟัง อาบน้ำร่วมกัน รวมทั้งการหาความสุขทางเพศจากโนโซมิเป็นกิจกรรมท้ายสุดของวัน จนกระทั่งเช้า

วันหนึ่งโนโซมิเริ่มมีความรู้สึกตื่นขึ้นมา “ฉันมีหัวใจซึ่งฉันไม่ควรจะมีมัน” หลังจากฮิเดโอะออกไปทำงาน โนโซมิ

ก็เดินออกไปนอกบ้านและมองสิ่งต่างๆมากมาย เห็นชีวิตผู้คนต่างๆจนโนโซมิเริ่มที่จะเลียนแบบ แต่ตกค่ำโนโซมิ

ก็ไม่ได้เผยให้ฮิเดโอะรู้ ยังแสร้งทำเป็นไร้ชีวิตและรับการประกอบกิจกรรมจากเจ้าของเหมือนปกติ เมื่อเวลาผ่าน

ไปโนโซมิได้ทำงานในร้านวีดีโอที่มีเจ้าของกับชายที่ชื่อว่า จุนอิชิ แม้ว่าโนโซมิจะไม่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์

ทั่วไปแต่การเลียนแบบก็ทำให้โนโซมิเริ่มจะมีความรักกับจุนอิชิ และเริ่มเรียนรู้มากขึ้นว่าหัวใจที่ทำให้เธอมีทำสิ่ง

ต่างๆเหมือนมนุษย์หาใช่หัวใจที่จะทำให้เธอเข้าใจมนุษย์ได้เลย

โนโซมิได้พบกับชายชราคนหนึ่งอยู่บ่อยๆในสวนสาธารณะที่อ้างว้างแต่มีวิวทิวทัศน์ของความวุ่นวายและอารยะ

ธรรมที่สูงส่งของมนุษย์ในปัจจุบันนั่นก็คือตึกสูงระฟ้า วันที่โนโซมิรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากมนุษย์นั่นก็คือ

ร่างกายของเธอมีแต่ลมที่ว่างเปล่า เธอได้พูดกับชายชราถึงความว่างเปล่าของตัวเธอที่มีแต่ลมที่เจ้าของเป่า

เข้าไปเพื่อให้เธอพองโต แต่ชายชราก็โต้ตอบมาว่า มนุษย์ทุกคนในทุกวันนี้มีแต่ความว่างเปล่าทั้งสิ้นเช่นกัน ไม่รู้

ว่าจุดหมายของชีวิตอยู่ที่ไหน มันทำให้โนโซมิรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งว่าเธอไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น เช่นกันเมื่อ

เธอเกิดอุบัติเหตุของมีคมบาดมือเป็นเหตุให้ลมออกจากร่างในร้านวีดีโอที่เธอทำงานอยู่ แต่เป็นจุนอิชิขวัญใจ

ของเธอเป็นผู้ช่วยเอาไว้ และเมื่อความจริงเปิดเผยว่าร่างของเธอก็คือหุ่นยางเป็นจุนอิขิที่บอกเขาเองก็มีแต่ความ

ว่างเปล่าเช่นกัน ภาพยนตร์ก็สะท้อนให้เห็นการปรุงแต่งในตัวมนุษย์ที่ชัดเจน แค่คำว่า “ว่างเปล่า” ก็มีความหมาย

ที่แตกต่างกันแม้จะเป็นมุมมองของสิ่งที่มีชีวิตเหมือนกัน แม้โนโซมิจะพยามปรุงแต่งให้เหมือนมนุษย์มากขึ้นก็ยัง

เข้าไม่ถึงสิ่งที่มีลมเข้าออกในร่างกายเหมือนตัวเธอที่เรียกว่ามนษย์สักเท่าไร หรือบางทีโนโซมิอาจจะกลายเป็น

มนุษย์มากเกินไปจนเลือกที่จะลืมเรื่องบางเรื่องแต่จำบางเรื่องที่เธออยากจำ เพราะโนโซมิเองก็รำพึงรำพันเมื่อ

เธอได้พูดโกหกเป็นครั้งแรก ตอนที่ถูกเจ้าของร้านวีดีโอถามวา “มีแฟนหรือยัง” เธอก็ตอบว่า “ยัง” ทั้งที่ในความ

หมายของเธอ รู้อยู่แล้วว่าแฟนก็คือฮิเดโอะเจ้าของเธอนั่นเอง “เพราะฉันมีหัวใจทำให้ฉันโกหกเป็น” นั่นเป็นสิ่งที่

โนโซมิให้เหตุผลและเพราะความเป็นมนุษย์มากไปนี่เองจึงไม่เข้าใจเรื่องของคนอื่นนอกจากเรื่องของตัวเอง

เหมือนการใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ของเธอในตอนกลางวันกับชายคนรักแต่เมื่อกลับบ้านตอนเย็นเธอก็เสแสร้งว่ายัง

เป็นหุ่นยางที่ไร้ความรู้สึก รวมทั้งตอนที่โนโซมินำเอาที่สูบลมตัวเธอไปทิ้งเพื่อให้เจ้าของคือฮิเดโอะนึกว่าภรรยา

เก่าของเธอเข้ามาทำความสะอาดห้องแล้วนำโนโซมิที่เป็นตุ๊กตายางไปทิ้งแล้ว ล้วนเป็นการเสแสร้งที่โนโซมิรู้ดี

อยู่แล้ว

ภาพของชีวิตหลายชีวิตในเรื่องได้สะท้อนความไร้จุดหมาย ทุกชีวิตล้วนหมกมุ่นแต่เรื่องของตัวเอง ชายชราที่

อ้างว้างย่อมเป็นภาพของการละเลยขาดความใส่ใจของบุตรหลานและอาจะไม่เพียงในญี่ปุ่นเท่านั้นแต่เป็นทั้ง

โลกเลยทีเดียว เด็กหนุ่มที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง พ่อและลูกสาววัยเยาว์ที่ขาดแม่ เด็กสาววัยเยาว์ที่ครั้งหนึ่งมีตุ๊กตา

เป็นเพื่อนแต่เมื่อพบเจอนาฬิกาเธอก็พร้อมที่จะทอดทิ้งตุ๊กตาที่เธอเคยรัก หญิงวัยเลยกลางคนที่วิ่งไปทั่วเพื่อ

ตะโกนว่าตัวเองผิดแต่ไร้คนสนใจ รวมถึงจุนอิชิ ชายคนรักของโนโซมิ เมื่อยามที่ต้องการความสุขทางเพศกับเธอ

ก็พยายามแต่ปล่อยลมออกจากร่างเธอและก็สูบเข้าไปหลายๆครั้ง เหมือนคิดถึงแต่คนรักเก่าที่เสียชีวิตจากไป

และการเป่าลมก็บอกแต่เพียงถ้าช่วยชีวิตคนได้เหมือนเป่าลมก็คงจะดีโดยไม่คำนึงถึงโนโซมิแม้แต่น้อยแต่ เมื่อ

โนโซมิเลือกที่จะทำแบบเดียวกันก็กลายเป็นความเศร้าที่คาดไม่ถึง การหมกหมุ่น ความเปลี่ยวเหงาและการกระ

ทำที่ไม่ใส่ใจคนอื่นของทุกชีวิต บ่งบอกถึงความสนใจแต่เรื่องของตัวและสะท้อนถึงความว่างเปล่าของมนุษย์

อย่างสิ้นเชิง และประโยคที่บอกว่าขยะมีสองประเภทคือเผาได้และเผาไม่ได้ กับภาพสุดท้ายของชายร่างที่ไร้

ชีวิตที่นำไปใส่ในถุงขยะที่คัดแยกไว้สามารถเผาได้ก็อธิบายได้ดีว่ามนุษย์แม้แต่ร่างกายยังสูญสลายไปกับอากาศ

ธาตุเป็นการไร้ตัวตนอย่างสิ้นเชิง

โนโซมิ เหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไป มีความต้องการ อย่างการฉลองวันเกิด การเอาใจใส่จากคนที่ตัวเองรัก การได้

เลือก การโกหก แต่สิ่งที่ขาดหายไปเหมือนกับมนุษย์มากมายหลายคนล้วนหาความสุขใส่แต่ตัวเองหาได้ทิ้ง

อะไรไว้ให้จดจำไม่ การนำร้านวีดีโอผู้กำกับอาจจะบอกความนัยบางอย่าง โดยเฉพาะลูกค้าที่เข้าร้านแล้วถามหา

แต่ภาพยนตร์คลาสสิคและอยู่ในความทรงจำทั้งหลาย อาจจะหมายถึงชีวิตมนุษย์ถ้าจะหลุดจากความว่างเปล่าก็

คือการสร้างประโยชน์ สร้างเรื่องราวดีๆให้กับชนรุ่นหลังได้ซึมซับและจะทำสิ่งนั้นได้ต้องมีหัวใจที่ไม่ใช่เพียงแต่

ก้อนเนื้อในร่างกายที่เต้นได้เท่านั้น แต่เรื่องราวแบบนั้นก็ยากที่จะหาได้ในสังคมที่วุ่นวายและเร่งรีบแม้แต่โนโซมิ

มือใหม่หัดมีชีวิตก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตแต่หัวใจมีแต่ความว่างเปล่าหรืออาจจะเรียกว่าไร้หัวใจก็ว่า

ได้ และ “ลมหายใจที่เข้าออกร่าง บางครั้งก็ไม่ได้บ่งบอกถึงการมีหัวใจ” นั่นเอง

ดูหนังออนไลน์ฟรี

ภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติก คอเมดี้ เรื่อง Pretty Woman

Pretty Woman เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติก

Pretty Woman

Pretty Woman เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติก คอเมดี กำกับการ แสดงโดย แกร์รี มาร์แชล เขียน

บทภาพยนตร์ โดย เจ. เอฟ. ลอตัน แสดงนำโดยชาร์ด เกียร์, จูเลียโร เบิตส์ รวมทั้งเอกโคนร์ เอลิ ชอนโด1

สร้างโดย ทัชส โต นพิก พบ ส์ ซึ่งเป็นเลิศ ใน บริษัทผลิตภาพยนตร์ ของเดอะวอลด์ ดิสนีย์ และก็เผยแพร่

ขายโดย บัว นา วิสตา พิกเจอส์ ออกฉายใน โรงภาพยนตร์ คราวแรก วันที่ 23 เดือนมีนาคม คริสต์ศักราช

1990

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เจ. เอฟ. ลอตันนักเขียนบทได้รับ แรงจูงใจ มาจากชีวิต ที่น่าเวทนา ของ หญิงงามเมือง ที่

เดินเตร็ดเตร่ ใน เบเวอร์ ลี้ฮิลส์ ลอสแอนเจลิส ก็เลย ได้เขียน บทภาพยนตร์ ที่ มี ข้อมูลเกี่ยวกับเกี่ยวกับ

ด้านมืดของ หญิงขายบริการทางเพศ ในลอสแอนเจลิส ซึ่งมีทั้งยัง เรื่องของ สิ่งเสพติด แล้วก็ ความรัก ที่

ยาก จะสมหวัง แต่ว่า ทางบริษัทหนัง อยากให้เปลี่ยนแปลง บท รวมทั้ง รายละเอียดเล็กน้อย เนื่องมาจาก

บท เดิม นั้น นางเอกมีความประพฤติ ติด โคเคน แล้วก็ มีต อน จบที่ทุกข์ใจ จนกระทั่งเกินความจำเป็น ก็เลย

ได้ มีการ เปลี่ยนแปลง บทให้เป็น ภาพยนตร์ แนว โรแมนติก คอ เมดี รวมทั้ง ได้รับ งบประมาณสำหรับใน

การ สร้าง เพิ่มมากขึ้น

ภาพยนตร์ เรื่องนี้ ไปถึงเป้าหมาย อย่างยิ่ง หลัง ออกฉาย เมื่อ ได้รับ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ เชิง บวก มากมาย

ก่ายกอง และก็สามารถ ทำเงิน ได้มากถึง 464 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ โดย เป็น ภาพยนตร์ ที่ ทำเงินได้ สูงสุด

มากมาย เป็น ชั้น ที่ 3 ใน ปี คริสต์ศักราช 1990 ด้อยกว่าเพียงภาพยนตร์ เรื่อง Ghost – วิญญาณ ความรัก

ความรู้สึก และก็ HomeAlone -สันโดษ ผู้น่ารักน่าเอ็นดู ยิ่งไปกว่านี้ บ็อกซ์ สถานที่ทำงาน โมโจยัง จัด ให้

ภาพยนตร์ ประเด็นนี้ เป็น ภาพยนตร์ แนว โรแมนติก คอมเมดี อันดับ 1 ที่ ทำรายได้ เยอะที่สุด ใน บรรดา

ภาพยนตร์ ประเภทเดียวกัน

จากความสำเร็จดังที่กล่าวถึงแล้ว ทำให้จูเลีย โรเบิตส์ ที่ ก่อนหน้าที่ผ่านมา เป็น ดาราหนัง วัยรุ่น ที่ ยัง ไม่มี

กิตติศัพท์ เท่าไรนัก ได้รับ รางวัลลูกโลก ทองจากหน้าที่ นี้ และก็ ได้รับ การ เสนอชื่อ เข้า ชิงรางวัล ออสกา

ร์ สาขาผู้แสดงนำฝ่ายหญิงดี ส่วนคนเขียนบท เจ. เอฟ. ลอว์ดันได้รับ การ เสนอชื่อ เข้า ชิงรางวัล ชมรม นัก

ประพันธ์ ที่ อเมริกา และก็รางวัล แบฟตาของสหราชอาณาจักร นอกจากนั้น ภาพยนตร์ ยังสำเร็จนำไปสู่

ภาพยนตร์ แนว โรแมนติก คอ เมดี คล้าย กัน หลาย เรื่อง รวมทั้งเรื่อง Runaway Bride – สาวกลัวฝน

ยุ่งเหยิงทุก แต่งงาน ที่ เป็นการกลับมา พบกัน อีกที่ของเกียร์และก็ โรเบิตส์ ภายใต้ การดูแล ของผู้กำกับคน

เดิม แกร์รี มาร์แชล

อีกทั้งอัลบั้มรวมเพลงประกอบภาพยนตร์​เรื่องนี้ยังถือเป็นอัลบั้มรวมเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ประสบความ

สำเร็จทางยอดขายอีกด้วย โดยเพลง ​It Must Have Been Love ของวงร็อกเซ็ตต์​ ที่บรรเลงไว้ในปี ค.ศ.

1987 เป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์ โดยเดิมทีเพลงดังกล่าวเป็นที่รู้จักแค่ในประเทศสวีเดน แต่

จากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ 1 บิลบอร์ดฮอต 100​ ในเดือนมิถุนายน ปี

1990 และเมื่อสิ้นปีเพลงนี้ถูกจัดให้เป็นเพลงฮิตอันดับ 2 ของปี 1990 ในบิลบอร์ด​ รองจากเพลง​Hold On​​

ของวงวิลสันฟิลลิปส์​ และได้รับการรับรองระดับทองคำจากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐอเมริกา​

ในประเทศไทย ตัวเอกของเรื่องคือวิเวียน วอร์ด ที่นำแสดงโดยจูเลีย โรเบิตส์​ ให้เสียงพากย์ภาษาไทยโดย

กรณิการ์ ประภัสภักดี และเอ็ดเวิร์ด ลูอีส ที่นำแสดงโดยริชาร์ด เกียร์​ ให้เสียงพากย์ภาษาไทยโดย จักรก

ฤษณ์ หาญวิชัย จากความโด่งดังของภาพยนตร์เรื่องผู้หญิงบานฉ่ำ ทำให้คนไทยเริ่มรู้จักจูเลีย โรเบิตส์ จาก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องต่อๆมาของจูเลีย โรเบิตส์ ที่ฉายในประเทศไทยจึงมักจะมีชื่อใน

ภาษาไทยที่มีคำว่า ​บานฉ่ำ​ อยู่เสมอๆ เช่น ​Dying Young -​ หากหัวใจจะไม่บานฉ่ำ​ , ​Notting Hill – รักบาน

ฉ่ำที่น็อตติ้งฮิลล์​​ , ​Larry Crowne -​ รักกันไว้หัวใจบานฉ่ำ​ ฯ

ดูหนัง hd

บ้านเล็กมีสวนบนหลังคา งบไม่เยอะ แต่มากความสุข

Tiny House

Tiny House

Tiny House ใน วงการ สถาปัตยกรรม ใน ซีกโลก ตะวันตก มีคำกล่าว ที่คนเขียนแบบชอบ

กล่าวกันเป็น ควรจะสร้างบ้าน หลังแรก สำหรับศัตรู ของ คุณบ้าน หลังที่สอง สำหรับ สหาย ของ

คุณ รวมทั้งหลัง ที่สาม สำหรับตัวคุณ เอง โน่น บางทีอาจจะหมายความว่า การผลิต บ้าน หลังใด

ก็ตามจำต้อง ใช้สายตา ของ ดีไซน์เนอร์ อย่างไร้ อคติ ไม่ใช่ ใช้ ความ โปรดเฉพาะบุคคล เป็น

หลัก ซึ่งจะ เป็นตัว ประเมินผล ก้าวหน้า ที่สุด การออกแบบ ที่ ดี ก็เลย จะต้อง ใช้เวลา แล้วก็ การ

ฝึกซ้อม เพื่อ ผู้อาศัย ได้รับสิ่ง ที่ดีเยี่ยมที่สุด แล้วก็ บ้าน นี้ เกิดขึ้นจากการทดลอง ใช้งาน มา

ยาวนานหลายปี ในการสร้างบ้าน รถยนต์ แบบ DIY ที่ เห็นได้ชัด ว่าเป็นบ้านที่ ผลิตขึ้น ด้วย

ความรัก รวมทั้งเอาใจใส่ ใน ทุก มิติ

Shaye, Tom และ Hazel บุตรสาว ของ พวกเขา เป็นพวก ในบ้านรถยนต์หลังเล็กๆสไตล์

กระท่อม D.I. ที่สวยสุดๆหลังนี้ ที่แท้ บ้านหลังนี้ไม่ใช่หลังแรก ที่ Shaye รวมทั้ง Tom เริ่ม

ดีไซน์ ทั้งสองสร้างบ้าน เล็กๆ ของขึ้น มาก่อน แล้ว แล้วก็ ได้ ใช้ ประสบการณ์ มา สร้างบ้านนี้ที่

ตั้ง อยู่ ท่ามกลาง ทิวไม้เขียวขจี ใน เวสต์ โอ๊ค แลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ แม้ว่าจะ มองเรียบง่าย

แต่ว่า เป็นบ้า นที่ เหมาะสมกับ ภูมิทัศน์บริเวณ อย่างสมบูรณ์ แบบ รู้สึก ค่อย กว้างใหญ่ และก็

อบอุ่น

จากการมองมองเห็น ข้อเสีย ของ บ้าน หลาย ๆ หลัง ที่ ไม่มี พื้นที่ อิสระนอกตัวบ้าน ทั้งสอง ก็

เลยเพิ่มเติม เฉียงไม้ ยื่น ออกมาออกจะกว้างเพิ่ม พื้นที่ ใช้งาน สบายๆ กลางแจ้ง ที่ สม่ำเสมอ

จาก ตัวบ้าน ที่ เป็น กล่องเหล็กรถพ่วง ขนาด 8.5 x 2.8 เมตร หลังคา ใส่ สิ่งของ โปร่งแสงตอน

กึ่งกลางให้พื้นที่ ส่วน นั้น โดนแสงธรรมชาติ ให้ มอง โปร่ง สว่าง และ ยังเพิ่ม ส่วนประกอบ การ

ออก แบบ ที่ น่าทึ่ง เป็น การจัดและตกแต่งสวนปลูก ดอกไม้ ต้นไม้ เอาไว้ บน หลังคา เฉียง

ทำให้ บ้าน มีชีวิตชีวา แปลงเป็นงานศิลปะ แห่ง ชีวิต ที่ กลมกลืน กับ สิ่งแวดล้อม

แนวความคิด การออก แบบ ที่ ปราดเปรื่อง นำมาซึ่งการก่อให้เกิด การใช้พื้นที่ ในบ้านได้อย่าง

ยอดเยี่ยม มองเห็น ได้ตั้งแต่ ข้างหน้า บนหลังคา จนถึงไปสู่ ตัวบ้าน ผ่าน ประตู บาน เฟี้ยม

กระจก ที่ เปิด ออกได้กว้าง ทำให้บ้าน บ้านหลังเล็กๆ นี้เต็มไปด้วย ความสว่าง โล่ง รวมทั้งมี

อิสระ ทั้ง แง่ ของ สายตา และพื้นที่ การวาง รูปร่าง ของ บ้าน เป็น รูป ตัวแอล ด้านหนึ่งจัด เป็น

ฟังก์ชัน ใช้ ด้วยกัน อีก ด้าน หนึ่งเป็นมุม นั่งพักผ่อน พัก ดูโทรทัศน์ ที่ ออกจะ ส่วนตัว และก็ยัง

คงใช้ต้อนรับแขก ที่อยากได้ ความเป็นส่วนตัว มากขึ้น ทั้งคู่ด้าน ของ บ้าน ใส่ ฝ่าผนัง กระจก

เปิด ออกสู่พื้นที่เฉียงได้ จาก ทุก ด้าน รับแสงสว่าง รับลม ได้เท่าๆกัน

นอกจากการเชื่อมต่อเบลอขอบเขตเพิ่มพื้นที่ในแนวนอนแล้ว ยังเชื่อมต่อการใช้งานในเพิ่มพื้นที่

แนวตั้งด้วย โดยการทำบ้านให้มีระยะห่างจากพื้นถึงเพดานค่อนข้างมาก จึงมีพื้นที่เหลือพอที่จะ

กั้นแบ่งเป็นชั้นลอยทำเป็นห้องนอนด้านบน ที่วางตำแหน่งให้อยู่คนละด้านของบ้านแต่มีสะพาน

ทางเดินเชื่อมถึงกันได้ ผนังห้องนอนตกแต่งเพิ่มเติมด้วยสวนแนวตั้งสวยๆ ที่เป็นจุดโฟกัส

สายตาของบ้าน ส่วนพื้นที่ข้างล่างจัดเป็นห้องโล่ง ๆ ใส่ฟังก์ชันที่ใช้ร่วมกัน อาทิ ครัว ห้องนั่งเล่น

ห้องน้ำ

พยายามใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เน้นเฉพาะที่จำเป็นในขนาดกระทัดรัด ลดพื้นที่วางตู้ ชั้นเก็บของ

ด้วยการบิลท์ช่องเก็บของตามจุดต่าง ๆ เช่น ใต้บันไดและผนัง ทุก ๆ จุดที่บิลท์จะผ่านการ

คำนวณมาอย่างดีให้พอดีกับพื้นที่บ้าน

การแยกฟังก์ชันในบ้านหลังเล็ก ๆ แต่มีพื้นที่แนวตั้งค่อนข้างมาก สถาปนิกจะนิยมกั้นแบ่งพื้นที่

ชั้นลอยให้ใช้งานได้มากขึ้น แล้วจัดให้ส่วนใช้งานส่วนตัวที่ต้องการความสงบไว้ด้านบน ส่วนที่

ใช้งานร่วมกัน ผู้คนเคลื่อนไหวค่อนข้างพลุกพล่านจะแยกอยู่ด้านล่าง

ออกแบบบ้าน :  การบริหารพื้นที่ในบ้านหลังเล็ก นอกจากจะใช้งานพื้นที่แนวนอนอย่างคุ้มค่าด้วยการเลือกเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น ใช้เฉพาะชิ้นที่จำเป็น  เฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้นควรใช้งานได้หลากหลาย การใช้พื้นที่แนวตั้งก็สำคัญเช่นกัน หากมีพื้นที่น้อยก็ลองเพิ่มความสูงของบ้านขึ้น ติดตั้งชั้นวางและตู้บิลท์อินบนผนัง เพื่อลดการใช้งานพื้นที่แนวนอนลง ทำให้บ้านขนาดเล็กยังมีพื้นที่ว่าง ไม่แคบ ไม่อึดอัด

การ์ตูนแอนิเมชันของดรีมเวิร์กเรื่อง Shrek 

Shrek

Shrek 

Shrek เป็นการ์ตูนแอนิเมชันของดรีมเวิร์ก ซึ่งออกฉายเมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 ภาพยนตร์ได้รับรางวัลออ

สการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม และเป็นเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาที่ตั้งขึ้นใหม่นี้

เรื่องของ ยักษ์เขียว ชื่อ เชร็ค อาศัยอยู่ที่ กระท่อมใน กลางป่า เขาถูกใจ อยู่ตามลำพังคนเดียว แบบ ส่วนตัว รวม

ทั้ง ความสุขสำราญ พอเพียงตก ช่วงเวลากลางคืน พวกประชาชน ได้ไปปราบ เชร็ค ประชาชนมาถึง ที่พักที่

อาศัย ของ เชร็ค แล้ว เชร็ค ได้ คำรามใส่ ประชาชน พร้อมกระซุบกระซิบ เบาๆ ทำให้มีอาการชาว บ้าน วิ่งหนี

อย่าง ไม่มีทาง กลับแล้ว พอเพียงตอน วันรุ่งขึ้นที่ผู้แสดงจาก เทพนิยาย ได้ โดนจับ ตามคำสั่งของ ลอร์ดฟาร์ค

วาด ท์ มีหญิงแก่ ที่ ได้เลี้ยงดองกี้ ซึ่งเป็นลาที่กล่าว ภาษามนุษย์ ได้ ดองกี้ได้วิ่งหนี จาก ทหาร ของ ลอร์ดฟาร์ค

วาดท์ และก็ได้เจอกับเชร็คที่ อ้อนวอน ให้มา อยู่กับเขา แต่ว่า เชร็ค ไม่ยินยอม กับ คนที่ไม่รู้จัก แล้วก็ สัตว์

ต่างๆ เข้ามา ตรงนี้

ยามค่ำคืน เชร็ค ตกใจ มากมายที่ เจอ ผู้แสดงจากเทพนิยายที่ หนี มาอยู่ ที่ กระท่อมรวมทั้งรอบๆ ของเขา

เนื่องจากมาจากการเช็ดกจับโดย คำสั่ง ของ ลอร์ดฟาร์ค วาด ท์ วมทั้งเชร็ค กับดองกี้เดินทางไปเจอลอร์ด ฟาร์ค

วาท์ เชค ได้ คำสัญญา กับตนเองเพื่อ อยาก บอก กับลอร์ด ฟาร์ควาด ห์ ว่าเขา ไม่ได้อยากต้องการ มีตัว ละคร

จากเทพนิยาย มายุ่ งกับ บ้าน ของ เขา เชค กับ ดองกี้มุ่งหน้าเพื่อไปสู่ เมืองดู ล็อกของ ลอร์ด ฟาร์ควาด ท์

ใน ปราสาท ของ ลอร์ด ฟาร์ค วาด ห์ เขา ได้ ดูกระจกดีเลิศ ของส โนไวท์เพื่อเลือก เจ้าฟ้าหญิงมา แต่งงาน

กระจก ดีเลิศ ได้ แสดงเจ้าหญิงทั้งยัง 3 ภาพ ลอร์ด ฟาร์ควาด ท์ตกลงใจเลือก เจ้าหญิง โอน่าเชค แล้วก็ดองกี้ได้

ไป ถึงเมืองมอง ล็อก ของ ลอร์ดฟาร์ค วาด ท์เชร็ค เข้ารับ การประลอง ของ ลอร์ด ฟาร์ค วาด ท์ ผล นี้เชร็ค เป็น

ฝ่ายชนะ ลอร์ดฟาร์ควาด ท์ สั่ง กับ เชค ให้ไปพบ เจ้าหญิง โอน่า ที่ ขังในพระราชวัง แล้วก็ ช่วย คุณ

ทั้งคู่ออกเดินทางไปปราสาทเพื่อช่วยฟีโอน่า รอบๆปราสาทมีลาวาข้างล่าง เชร็คกับดองกี้ออกตามหาฟีโอน่า

เรื่อยๆ เชร็คและดองกี้ได้ออกตามหาคนละทาง ขณะนั้นดองกี้ได้ตามหาเจ้าหญิง อยู่ๆ ได้เจอกับดราก้อน และได้

ปรากฏหน้าชัดๆแต่เป็นตัวเมียแล้วเธอก็ได้รักกับดองกี้ เขาดูท่าท่าทางจะไม่เข้าใกล้กับเธอ ดองกี้วิ่งหนีเธอไป

เชร็คได้จู่โจมกับเธอ เธอดิ้นกับเชร็คทำให้เชร็คกระจายและกระแทกกำแพงของหอคอย โชคของเชร็ดได้เจอกับ

เจ้าหญิงที่กำลังนอนอยู่ แต่ว่าเชร็คไม่ได้จูบเหมือนเจ้าชายทั่วไป เขาได้ใช้แขนสองข้างเพื่อเขย่าให้เจ้าหญิงฟี

โอน่าตื่นทำให้เจ้าหญิงฟีโอแปลกใจ เชร็คจูงฟีโอน่าหาทางหลบหนี ดองกี้นั้นวิ่งหนีดราก้อนไม่หยุด ทันใดนั้น

เชร็ค ฟีโอน่า และดองกี้ พาวิ่งออกจากปราสาท ออกมาที่ปราสาทแล้วฟีโอน่าบอกกับเชร็คเพื่อให้ถอดหมวก

อัศวินออก เชร็คยังไม่กล้าที่จะดูหน้าตาของเขาแต่เขาถูกคำสั่งจากเธอ และเขาได้ถอดออกมาทันที เธอยัง

ข้องใจที่ทั้งคู่ไม่เป็นมหาบุรุษ และเชร็คได้จับฟีโอน่าเพื่อกลับไปที่ปราสาทของลอร์ด ฟาร์ควาดท์ ระหว่างทาง

ทั้ง 3 หยุดพักที่นั่น ฟีโอน่าได้นอนพักอยู่ภายในถ้ำ ทั้งคู่ได้พูดคุยกันในตอนกลางคืน และในวันต่อมา เจ้าหญิงฟี

โอน่าได้ใช้ที่พักใกล้กังหันลม แต่ว่าดองกี้ได้เข้าไปที่พักที่ฟีโอน่าอยู่ ดองกี้เรียกฟีโอน่าแต่เขาพบฟีโอน่าก็ตกใจ

ขึ้น ที่เจ้าหญิงฟีโอน่าเป็นยักษ์เขียว เธอเล่าเรื่องให้กับดองกี้ว่า เธอถูกสาปกลายเป็นยักษ์เขียวจากแม่มดและคืน

สภาพในตอนเช้า

รุ่งอรุณ พิธีมงคลสมรส เริ่ม ขึ้น ลอร์ด ฟาร์ค วาดท์ ได้มา เยี่ยมเจ้าหญิงฟิ โอน่า และก็ ฟีโอน่า ตกลง โดยทันที

รวมทั้งร่วม งานแต่งงาน ทำให้เชร็คเริ่ม เคือง โมโหรวมทั้ง นึกถึงเจ้าหญิงฟีโอน่า แล้ว เขา ได้ กลับไปที่ บิ่ง ดอง

กี้เจรจากับเชร็ค สำหรับในการ ที่ เชร็ค ไม่สามารถที่จะกลับ ไปพบ ฟื โอน่า ได้ เพราะว่า เขา เป็น เพียงแค่ ยักษ์

เขียว ปกติ แม้กระนั้น นั้นเขา ได้ แปลง อารมณ์ และก็ขออภัย ดองกี้ ดองกี้ได้เรียกมังกรเพื่อ ไป ช่วย ฟีโอน่า มา

ถึงตรงนี้ เชร็ค ได้สั่งห้ามไม่ให้ฟีโอน่าแต่งงาน กับ ลอร์ด ฟาร์ค วาดท์ ระหว่างที่ โอน่า มองดู ตะวันตกดินคุณ

ได้ แปลงเป็น ยักษ์ เขียว ในทันทีทันใด ลอร์ด ฟาร์ค วาดท์ ได้ มองเห็น หน้า อัปลักษณ์ ของ คุณ และก็ สั่งให้

เรียก ทหาร ของ เขา มา จับเชร็ค โดน ทหาร จับได้ แล้ว ผิวปากเรียก ดราก้อน มา จัดแจง พวก ทหารรวมทั้ง รับ

ประทาน ลอร์ดฟาร์ค วาดท์ จนกระทั่งเขา ได้ตายลง เชร็คกับ โอน่า ได้ อยู่ อย่างมีความสุข ตลอดไป

movie hd

ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง The Green Mile

The Green Mile ปาฏิหาริย์แดนประหาร

The Green Mile” ทำได้ยังไงที่ทำให้เราต้องเสียน้ำตาทุกครั้งที่ดู -

The Green Mile ปาฏิหาริย์แดนประหาร ชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่องนำแสดง

โดย ทอมแฮงค์, ไมเคิล คลาร์ก ดันแคน, เดวิด มอส, บอนนี่ ฮันต์, เจมส์ ครอมเวลล์, ไมเคิล เจ

เตอร์, แซม ร็อคเวลล์, แบร์รีเป๊ปเปอร์, ดัก ฮัตจิสัน, แพทริเซีย คาร์กสัน และ แกรี ซีนิส (นัก

แสดงรับเชิญ) กำกับการแสดงโดย แฟรงค์ ดาราบอนต์

วันนี้นำมารีวิวหนังเก่า ปี พุทธศักราช 2542 เรื่อง The Green Mileหรือชื่อ ภาษาไทย ว่า

ปาฏิหาริย์ แดนประหารแสดงนำ โดย ทอมแฮงค์ The Green Mile ถูกผลิต มาจาก หนังสือ

นวนิยายของStephen King และก็ได้ผู้กำกับมากมายความสามารถ อย่าง FrankDarabont

รวมทั้งยังเขียน บทภาพยนตร์เอง ด้วย ค่ะThe Green Mile บรรลุความสำเร็จ อย่างมาก ได้รับ

การ เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล มากไม่น้อยเลยที่เดียว ทั้งยังรางวัลลูกโลกทอง แล้วก็รางวัล ออสกา

ร์ ซึ่งถูกเสนอชื่อเข้า ชิงถึง 4 สาขาร่วมกัน เพียงแค่ชื่อ Stephen Kingรวมทั้ง Frank

Darabont ก็ค้ำประกันความเพลิดเพลิน ความเร้นลับ ความแปลกประหลาด จิตใจ ได้ แล้ว ค่ะ

หากคนใดกัน ยังไม่ได้ ชม The Green Mile ฉวยโอกาส นี้ ทดลอง อ่านเรื่องย่อ อย่างคร่าวๆ

แล้ว ทดลอง หา ดูกันตามสะดวกได้ เลยนะ

The Green Mile เป็น ชื่อ ของคุก ที่คุมขังผู้ต้องขังที่ ถูกลงโทษประหาร ด้วย การ นั่งเก้าอี้

ไฟฟ้า โดยพอล เอดจ์คอม บ์ (เล่นบท โดยทอม แฮงค์) เป็น พัศดี มีบทบาท ดูแล ผู้ต้องขังที่

กำลังคอยวาระสุดท้าย

ของ ชีวิตข้าราชการ แต่ละคนต่าง ดูแล ผู้ต้องขัง อย่างใส่ใจ แล้วก็หลีกเลี่ยงแนวทางการทำ ให้

ผู้ต้องขังเครียด นอกจากข้าราชการ ที่ ชื่อเพอร์ซีย์ เวทมอร์ มีนิสั ยก้าวร้าว ถูกใจ อวด เบ่ง ถูกใจ

แกล้งรวมทั้งรังควานผู้ต้องขัง ก็เลยทำให้ไม่ เป็น ที่รัก ของเจ้าหน้าที่ คนอื่นๆ รวมทั้งผู้ต้องขัง

ใน The Green Mile ด้วย

วันหนึ่งมีนักโทษรายใหม่ได้เข้ามายัง Green Mile เป็นผู้ต้องหาผิวดำชื่อว่า จอห์น ค็อฟฟี่ สูง

2.10 เมตร หนัก400 ปอนด์ ซึ่งก่อคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าเด็กหญิงผิวขาว 2 คนพี่น้องด้วยการถลก

หนังศีรษะ และพอลพบว่าจอห์นมีนิสัยไม่เข้ากับบุคลิก พูดจาสุภาพ กลัวความมืด มีมารยาท

หลายวันต่อมา มีนักโทษประหารคนใหม่เข้ามาอีกราย ชื่อว่า ไวล์บิลล์ เป็นนักโทษที่ก่อเหตุ

ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง โดยไวล์บิลล์แกล้งทำเป็นสติเลอะเลือน เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวเข้า

ห้องขังอย่างไม่รัดกุมเท่าที่ควร ทำร้ายเจ้าหน้าที่ไปหลายคน และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้

พอลมีอาการเจ็บที่เป้ากางเกงเนื่องจากโดนกระแทกเข้า

เต็มเปา ซึ่งเดิมทีพอลเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และมีอาการเจ็บปวดทรมานทุกครั้งที่

ปัสสาวะหลังจากเหตุการณ์สงบ พอลได้สั่งให้คนเจ็บไปทำแผลและที่เหลือไปเขียนรายงาน ตัว

พอลขออยู่ดูแลนักโทษที่เรือนจำคนเดียว พอทุกคนออกไปหมด พอลถึงกับล้มไปนอนกับพื้น

เพราะทนอาการเจ็บปวดไม่ไหวและตั้งใจจะไปหาหมอเพื่อรักษาอาการป่วยของตนอย่างเด็ด

ขาดในวันนี้ หลังจากผลัดมาหลายครั้ง

จอห์น เรียกพอลเข้าไปหา พอลจึงแข็งใจลุกขึ้นและเดินไปที่หน้าห้องขัง จากนั้นจอห์นดึงกึ่งกระ

ชากพอลเข้าไปประชิดตัวโดยมีเพียงลูกกรงขั้นกลางระหว่างเขา 2 คน และใช้มือจับที่เป้า

กางเกง พอลตกใจมากคว้ามือไปที่อาวุธประจำตัว แต่บอกว่าต้องการจะช่วย จากนั้นหลอดไฟใน

ห้องขังของจอห์นก็สว่างวาบขึ้นและแตกไปในที่สุด

จอห์นก็ปล่อยมือ กลับไปนั่งที่เตียงและปล่อยบางอย่างคล้ายแมลงตัวเล็ก ๆ ออกมาจากปาก

ล่องลอยในอากาศและหายไปในที่สุด จากนั้นจอห์นก็ล้มตัวลงนอน พอลรู้สึกได้ถึงความ

เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในตัวของเขาจึงต้องการพิสูจน์โดยการเดินไปปัสสาวะที่ห้องน้ำ เขา

พบว่าอาการป่วยของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบหายไปจนหมด ปัสสาวะลื่นไม่ขัด

พอลเก็บเรื่องราวปาฎิหารย์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไว้ลำพัง จนวันหนึ่ง เพอร์ซีย์ ได้ทำร้ายหนูซึ่งเป็น

สัตว์เลี้ยงของนักโทษอีกรายจนอาการปางตาย แต่จอห์นก็ได้ใช้พลังปาฎิหารย์ ทำให้หนูกลับมา

มีชีวิตและวิ่งได้เหมือนเดิม สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนที่อยู่ในเหตุการณ์มากจากเหตุการณ์ดัง

กล่าว ทำให้พอลตัดสินใจพาจอห์นไปรักษาเมลินดา ภรรยาของหัวหน้าพัศดี ซึ่งป่วยเป็นมะเร็ง

ระยะสุดท้าย จนหายดี โดยวางแผนกับเจ้าหน้าที่แต่คราวนี้จอห์นไม่ได้ปล่อยบางสิ่งออกจาก

ปากหลังทำการรักษาเหมือนทุกครั้ง

จอห์นได้ปล่อยสิ่งนั้นเข้าปาก เพอร์ซีย์ ทำให้เพอร์ซีย์คลุ้มคลั่งถือปืนไปยิงไวล์บิลล์จนเสียชีวิต

คาห้องขัง พอลไม่เข้าใจกับการกระทำของจอห์น จอห์นจึงขอให้พอลจับมือ และแบ่งพลังวิเศษ

ที่มีอยู่ในตัวให้พอล เพื่อให้พอลเห็นทุกอย่างที่ไวล์บิลล์ทำ ซึ่งจริง ๆ แล้วไวล์บิลล์เป็นคนลงมือ

ฆาตกรรมเด็กหญิงผิวขาว 2 คน จอห์นต้องการจะช่วยเด็กทั้ง 2 แต่ไม่ทัน เพราะเด็กเสียชีวิตมา

นานเกินไป

พอลและหัวหน้าพัศดีต้องการจะปล่อยตัวจอห์น พอลรู้ดีว่าจอห์นไม่ได้ทำผิด และรู้ว่าหากปล่อย

ให้จอห์นตายไปตนเองจะกลายเป็นคนที่ฆ่าปาฎิหารย์แห่งพระเจ้า แต่จอห์นปฎิเสธข้อเสนอ

เพราะเบื่อหน่ายกับโลกที่มีแต่ความโหดร้าย มีแต่การฆ่าฟันกันทุกวัน จอห์นรับรู้ได้ถึงคลื่นแห่ง

ความรัก ความโอบอ้อมอารี รวมถึงคลื่นแห่งความเกลียดชัง ความอาฆาต และรู้สึกเหนื่อยกับ

การกระทำของมนุษย์ จึงขอจากโลกนี้ไปด้วยการนั่งเก้าอี้ไฟฟ้าทำให้พอลและเจ้าหน้าที่คนอื่น

เศร้าโศกเสียใจถึงกับหลั่งน้ำตาในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุการณ์วันนั้น จนปัจจุบัน พอลใน

วัย 108 ปี ใช้ชีวิตที่เหลือเพียงลำพังในบ้านพักคนชรา มีร่างกายที่แข็งแรงผิดกับคนวัยเดียวกัน

พอลเลือกที่จะอยู่คนเดียว เพราะคนรอบข้างเสียชีวิตไปหมด พอลไม่ต้องการผูกพันกับใคร ไม่

อยากเห็นเพื่อนรักต้องตาย พอลไม่รู้ว่าจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปอีกกี่สิบ กี่ร้อยปี เพราะหนูที่

จอห์นได้ช่วยชีวิตไว้ยังมีชีวิตยาวนานมาถึงบัดนี้ แล้วพอลที่ได้รับการแบ่งเสี้ยวพลังวิเศษจาก

จอห์นโดยตรงล่ะ จะมีชีวิตไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้

เว็บดูหนังฟรี

ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดฟอร์มใหญ่แห่งปี ค.ศ. 1998 เรื่อง Armageddon

Armageddon อาร์มาเก็ดดอน วันโลกาวินาศ

Armageddon 

Armageddon อาร์มาเก็ดดอน วันโลกาวินาศ ได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่มอบข้อคิดแห่งความเสียสละ อันกลาย

เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ รู้สึกว่า คุ้มค่าที่ได้ใช้เวลาดูกว่า 2 ชั่วโมงเศษ ซึ่งบทเพลงที่ขับร้อง

ประกอบในภาพยนตร์ ก็ได้ให้บรรยากาศแห่งความโศกเศร้าเคล้าอารมณ์แห่งน้ำเสียงของศิลปินที่ทำให้ผู้คนจะ

ต้องจดจำภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ในสมุดบันทึกของตนเองไปอีกนาน

แฮร์รี่ สแตมเปอร์ (บรูซ วิลลิส) นักขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล ไม่ถูกกับ เจ.เจ. (เบน แอฟเฟล็ก) สมาชิกชายหนุ่ม

ชำนาญ เนื่องจากว่าเป็น คน บุ่มบ่าม และ มา ชื่นชอบกับ เกรซ (ลิฟ ไทเลอร์) บุตรสาว คนงามเพียงผู้เดียว ก็เลย

ทำให้ความเกี่ยวพัน ระหว่าง เกร ซกับ แฮร์รี่ ค่อนข้างห่างเหิน กัน แต่ว่า กลุ่มของสแตม เปอ ร์ นับว่าเป็น กลุ่ม

ขุด น้ำมันเบอร์ หนึ่ง ของโลก

จู่ๆ มหานครนิวยอร์ก ถูก ถล่ม ด้วย อุกกาบาต ไฟ ที่ฮ่องกงก็กำเนิดคลื่นสึนามิ จากอุกกาบาต แดน ทรูแมน (บิลลี่

บ็อบ ทอร์นตัน) ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ พบว่า โลกมีเวลาเหลือเพียงแค่ 18 วัน

แค่นั้น ก่อน ถูกทำ ลาย ล้าง ด้วย ดาวหางขนาดใหญ่ เท่า เมืองเท็กซัส ที่ กำลังพุ่งตรง ลงมา ทางเดียว ที่จะ แก้

ได้เป็น จำต้อง ฝั่งหัว ระเบิดนิวเคลียร์ที่ ศูนย์กลาง ของดาวหางดวงนี้ซึ่ง คนที่ จะ ทำ ภารกิจ นี้ ได้ ควรเป็น ผู้ที่มี

ความเชี่ยวชาญ ประเด็นการขุด เพียงแค่นั้น ซึ่งดินแดน เลือกเอา กลุ่ม ของแฮร์รี่

แฮร์รี่ แล้วก็ ผู้ร่วมทีม ทั้งปวงมี เวลา ฝืกฝน ที่จะ ดำเนินชีวิต บน อวกาศเพียงแต่ 18 วันเพียงแค่นั้นวัน เดินทาง

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ(สหรัฐอเมริกา)ได้ ส่ง กระสวย อวกาศ 2 ลำชื่อ อินดีเพน เดน ซ์ แล้วก็

ฟรีดอม โดย ใช้แรงเหวี่ยง จาก แรงดึงดูด ของพระจันทร์เพื่อไป ให้ถึงดาวหาง แม้กระนั้น เมื่อ ไป ถึงแฮร์รี่ และ

พวก ก็พบว่า การ เจาะพื้นผิวดาวหางนั้น ไม่ง่าย เหมือนอย่างที่คิด ในตอนที่เวลา เหลือ น้อย เข้ามา ทุกครั้ง

ราวพ.ศ. 2541 ที่ Armageddon อาร์มา เก็ดดอน วัน โลกาวินาศ

ภาพยนตร์ฟอร์ม ยักษ์ แนว วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวัน โลกาพินาศ จากเหตุหายนะ นอก โลก จากดาวหางลูก ใหญ่

มหึมา ที่ กำลังพุ่งเข้าชนโลก แล้วก็จะต้องอาศัย กลุ่ม ผู้กล้า ไป วางระเบิด บน ดาวหาง ก่อนที่จะเกิดเหตุ น่า

สลด ซึ่งผู้แสดงมีชื่อเสียงรับบทบาท อย่าง บ รู ช วิลลิสเบน แอฟแฟค และก็ลิฟ เทเลอร์ อื่นๆอีกมากมาย ร่วม

เล่น อย่างเนืองแน่นอาร์มา เก็ด ดอน วัน โลกาพินาศ ภาพยนตร์ ที่ สะท้อน ความรับผิดชอบและก็การตัดสินใจ

ของ กลุ่ม บุคคล ที่อยู่ ใน ภาวการณ์ คับ ขับ เมื่อ พบเจอ กับเหตุการณ์ เฉพาะหน้า ด้วย บท อัน เด่น ของ บรูชวิ

ลลิส ป้าของสาวสวย อย่าง ลิฟ เทเลอร์ ด้ามจับ พลัด จับ ผลู ตกกระ ได พลอย ขโมยจาก กลุ่ม เจาะ เปลี่ยนเป็น

ทีมเฉพาะกิจ ที่จะจำเป็นต้องเดินทางไปนอก โลก เพื่อ ขุดหลุมวางระเบิด บน ดาวหางลูก ใหญ่ ที่กำลังวิ่งพุ่งเข้า

มา ชน โลก ให้เสร็จ ก่อน กำเนิด ก่อการร้าย

 

ตัวละครหลักในเรื่องอย่างบรูซ วิลลิส ที่มีลูกสาวอย่างลิฟ เทเลอร์ ได้เลี้ยงดูลูกเป็นอย่างดี ด้วยความรักและ

เอาใจใส่ พยายามถ่ายทอดความคิดและตัวตนของตัวเอง ไปสู่ลูกสาวให้กลายเป็นคนเข้มแข็ง รวมทั้งเขายัง เป็น

หัวหน้าที่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นความเป็นแบบอย่างที่ดี และการ

ทำความดีต่อกันในขณะที่มีชีวิตอยู่ จนกระทั่งเขา (บรูซ วิลลิส) เสียสละชีวิตตนเอง เพื่อทำภารกิจอยู่กดระเบิดบน

ดาวหาง แล้วให้เพื่อนร่วมภารกิจอีกหลายคนได้กลับโลกอย่างปลอดภัย ก็เป็นสิ่งเตือนใจว่า การทำดีต่อกันใน

ขณะมีชีวิตอยู่ เป็นสิ่งที่สร้างความสุขและการระลึกถึงใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งได้ทำดีต่อกัน

เหตุการณ์ที่ทีมวางระเบิดบนดาวหางขัดแย้งกัน เรื่องการกดระเบิดตามแผนสำรอง เมื่อไม่สามารถทำตามแผนที่

วางไว้ได้ บรูซ วิลลิส ได้ถกเถียงกับตำรวจที่มาร่วมทำภารกิจว่า ทำไมตำรวจคนนั้นถึงเชื่อฟังคนที่อยู่บนดาวโลก

ที่คอยบังคับให้ระเบิดทำงาน ซึ่งอาจทำลายทุกชีวิตบนดาวหางได้ โดยคนที่อยู่บนโลกอยู่ห่างไกลกับพวกทีมทำ

ภารกิจ ที่อยู่ด้วยกันบนดาวหางตั้งหลายหมื่นพันไมล์ แต่ไม่ยอมไว้ใจและเชื่อคนที่เผชิญชะตากรรมร่วมกัน จนนำ

ไปสู่การตัดฉนวนสายระเบิดได้แบบเส้นยาแดงฝ่าแปด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นการมีสติควบคุมสถานการณ์ และการ

ไว้วางใจต่อการในการตัดสินใจทำภารกิจร่วมกันในภาวะกดดันสูง

บรูซ วิลลิส ในฐานะตัวละครเอก ได้แสดงบทผู้เสียสละชีวิต เพื่อทำภารกิจกู้โลกจนประสบความสำเร็จ ถูกจดจำ

ในฐานะวีรบุรุษ ผู้เป็นตำนาน ที่เรียกน้ำตาจากผู้ชมภาพยนตร์ จากหัวใจแห่งความเป็นผู้เสียสละ สิ่งนี้สะท้อนให้

เห็นว่า ความรับผิดชอบและความเสียสละของบุคคลหนึ่ง สามารถสร้างความทรงจำและแรงบันดาลใจในการสืบ

ต่อสิ่งที่ดีงามได้

หนัง hd

ภาพยนต์ The Untouchables เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังผู้แน่แน่วในอุดมการณ์

The Untouchables

The Untouchables

The Untouchables is a 1987 American gangster film directed by Brian De Palma and written by David Mamet. Based on the book The Untouchables (1957), the film stars Kevin Costner as government agent Eliot Ness, Robert De Niro as gang leader Al Capone, and Sean Connery as Irish-American officer Jimmy Malone (based on the real life Irish-American agent and “Untouchables” member Marty Lahart). The film follows Ness’ autobiographical account of the efforts his Untouchables team to bring Capone to justice during Prohibition. The Grammy Award-winning score was composed by Ennio Morricone and features some period-correct music by Duke Ellington.

เจ้าหน้าที่ ที่ กระทรวงการคลังผู้ แน่แน่ว ใน อุดมการณ์ Eliot Ness(Kevin Costner) Jim Malone (Sean

Connery) ได้รับ ความร่วมแรงร่วมมือ จาก กลุ่ม มือปราบ ของ เอฟบีไอ สำหรับการ โค่น อัล คาโปน ( โรเบิร์ต

เดอ นี่ โร ) เจ้าพ่อมาเฟียรายใหญ่ ของ ชิคา โก้

แม่นี่ จะไม่ใช่ หนัง การฆ่า แม้กระนั้น ก็ จัด เป็น หนัง แนว สอบสวน เรื่องยอดเยี่ยม จาก ความสามารถ การดูแล

ระดับ ท็อป ฟอร์ม ของ Brian DePalma เขา กับเรื่องราวของเอลเลียต เน สส์ (Kevin Costner)ข้าราชการ ผู้มี

ความประสงค์ จะ หยุด หน่วยงานร้ายของเจ้าพ่อ อัล ติดอยู่ โปน (Robert De Niro) ให้หมดเกลี้ยง เขา ก็เลยจำ

ต้องขอความช่วยเหลือ จาก จิม มา โลน (Sean Connery) นายตำรวจ แก่ ที่ แก่ อีกทั้ง อายุ รวมทั้ง ประสบการณ์

สำหรับเพื่อการ ทำร้ายพวก มัน แม้กระนั้น ก็แน่นอน ว่า เมื่อ พวกเขา กล้า แตะ กับ “ผู้ที่ ส้มผัส ไม่ได้” แล้วล่ะ ก็

การสิ้นไป ความร้ายแรงสารพัดสารพัน แบบ ย่อม กำเนิดตามมา

หนัง เยี่ยมที่สุด ใน ทุกๆ ด้าน นักแสดงไม่ว่า จะ Costner, De Niro, Connery (ซึ่ง คว้า ออสการ์ไปได้ จากบทนี้

), Charles MartinSmith ใน บทเจ้าหน้าที่ สรรพากรวอ ลเลซ ที่ดูเหมือนขึ้ ปอด แม้กระนั้น ผู้ชม ก็ อด จะ เอาใจ

ช่วย เขา ไม่ได้ ในตอน กึ่งกลาง เรื่อง แทรก :โดยใช้ข้อหาจับเข้าคุกคือมีรายได้นับล้านอย่างผิดกฎหมายโดยไม่

เสียภาษี – ห้องสมุด, Andy Garcia ในบท นาย ตำรวจ อารมณ์ร้อน นักแม่น ปืน ชั้นยอดเยี่ยม รวมทั้ง ที่ลืมไม่ได้

เป็น Billy Drago ใน บทมือสังหารจอม โหดเหี้ยม ลูกน้องของ อัล ติดอยู่โปน ทุกคน เล่นได้เด็ดขาด อย่างที่สุด

การเดินเรื่องน่าติดตามตลอดครับ จริงๆ แล้วมันก็เป็นหนังแนวแก๊งสเตอร์ (เจ้าพ่อ) อยู่เหมือนกันเพียงแต่ในเรื่อง

มันจะไม่ได้ไปเน้นการฆ่าระหว่างแก๊งค์ แต่มันจะเน้นหนักตรงการจัดการกับพวกเจ้าพ่อมากกว่า ซึ่งก็ทำได้เข้มข้น

ครับ มีช่วงพักอยู่เล็กน้อย นอกนั้นก็กระหน่ำเรื่องราวเข้ามาตลอด ถ้าไม่กระหน่ำเนื้อหา นักแสดงก็จะมาเชือด

เฉือนฝีมือให้เราสะใจกัน พูดง่ายๆ ทั้งเรื่องแม้จะมีช่วงที่ช้าลงบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเบื่อครับ คุ้มทุกฉากที่ดูเลยที

เดียว

แต่ถ้าคุณหวังจะดูแอ๊คชั่นที่ยิงกันอย่างเดียวล่ะก็ เรื่องนี้อาจจะไม่สมใจอยากนัก ดนตรีอันสุดอลังการและเร้า

อารมณ์ของ Ennio Morricone ก็น่าจดจำอย่างเหนือคำบรรยายใดๆเอาแค่ตอนฉากเปิดตัวนี่ก็ขลังแบบสุดๆ แล้ว

ล่ะครับ นอกจากนี้หนังยังมีจุดเด่นอีกเรื่องก็คือฉากการยิงกันที่สถานีรถไฟตอนท้ายเรื่อง อันเป็นที่กล่าวขวัญใน

เรื่องของ มุมกล้องและการวางช็อต ฉากที่ว่านี่ถึงเครื่องในเรื่องความมันส์จริงๆ

movie hd