หนัง Inception ที่สุดแห่งหนังหักมุมสุดมันส์

INCEPTION จิตพิฆาตโลก

INCEPTION จิตพิฆาตโลก

INCEPTION จิตพิฆาตโลก หนัง หักมุม หรือ หนัง ที่ มีเรื่อง ราว เกินคาด คิด ที่ ผู้ชม ไม่สามารถ เดา ตอนจบ ได้นั้น ถือว่า

เป็น อีก หนึ่ง แนว หนัง ที่ ผู้ชม ส่วนใหญ่ สนใจ และ นิยม ไม่ แพ้ หนัง ใน แนว อื่นๆ อย่าง หนัง

ที่ทาง เรา อยาก แนะนำ ใน บทความนี้ ซึ่งเป็น หนัง ที่ ได้รับ การขนานนาม ว่า เป็นหนังหักมุม

สุด มันส์ ที่นอกเหนือจากการที่จะมีการหักมุม ใน ตอนจบ อย่าง คาดไม่ถึงแล้ว ตัวหนัง ยัง

สามารถ ดำเนินเรื่อง ราว ภายใน หนัง ได้ ลุ้น ระทึก สุด มันส์ สะใจ คนดู อย่าง หนัง เรื่อง

Inception (2010) จิตพิฆาต โลก

 

สำหรับ หนัง หักมุม เรือง Inception ขอเกริ่น ก่อน เลยว่า เป็น หนัง ที่ มี เนื้อเรื่อง แปลกใหม่

เป็นอย่างมาก ด้วยรูปแขบ การ ถ่ายทอด หนัง ที่ บอกเล่าเรื่องราว เก็ยวกับ กลุ่ม บุคคลที่สามา

รถ เดินทาง เข้าไป ใน ฝัน ของ คน ได้ เพื่อ ไป ทำ ภารกิจ อะไรบางอย่าง ต้อง บอก เลยว่า เป็น

หนัง ที่ มีการ เดินเรื่อง แปลกใหม่ ที่มา พร้อมกับ กราฟฟิค เอฟ เฟค สุด ตระกาลตา แต่ ยังคง

ความสมจริงสมจังไว้ได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้ง เรืองราว สุด ลุ้น ระทึก และฉากบู๊สุดมันส์ และ

เนื้อหาต่างๆ ที่ ผู้ชม ไม่สามารถ ะพริบตา ได้ แม้กระทั้งวินาที เดียว เรียกได้ว่า Inception

นั้น เป็น หนัง บู๊ สุด มัน ทีมา พร้อม เนื้อหา แปลกใหม่ และตอบ จบ หักมุม อย่างแท้จริง

 

โดยเรื่องย่อ ของ หนัง หักมุม Inception นั้น เป็นเรื่องราวเก็ยวกับ ตอม คอบบ์ หัวขโมย

ฝีมือ ฉกาจฉกรรจ์ และ เป็น ผู้ที่ สามารถ เดินทาง ท่อง ฝัน ของบุคคลอื่น ได้ เพื่อ ทำการ

โจรกรรม ข้อมูล ต่างๆ ที่ เกี่ยวฟัน กับ ธุรกิจ ขนาน ยักษ์ ใหญ่ จาก การ จ้าง ของ คนที่ หวังผล คุณ

ประโยชน์ จาก ทาง ธรุกิ จนั่น เอง ซึ่ง ใน สมัยก่อน เขา กสับ ทำผิดพลาด ด้วย ความหลงระเริง

สำหรับในการ ท่อง ฝัน ของมนุษย์ จำนวนมาก กระทั่ง ทำให้เขา สั่งทุกสั่งทุกอย่าง ที่ เขา รัก ไป

รวมทั้ง ในขณะนี้เขา ได้รับ ช่องทาง ครั้ง ใหม่ สำหรับการเดินทาง ท่อง ฝัน เพื่อ ล้ก ข้อมูล ครั้ง

สำคัญ โดยรูปแบบใหม่ เป็น การ ปลูกฝัง ข้อมูล อะไรบางอย่าง ให้ กลับ บุคคล ที่สามารถเรียก

ได้เลยว่ามีอำนาจ แล้วก็เข้าถึง ยาก เพื่อเป็นการ ล้างมือ แล้วก็ล้างแค้น ให้ กับตัว เขา เอง

 

ซึ่ง การเดินทาง ท่อง ฝัน ไม่ใช่เรื่องง่ย เขา จะ สามารถ ออกมาจาก ฝันที่ เขา สร้างได้ หรือไม่

รวมทั้ง เขา จะ แก่มือ ล้างแค้น ให้ กับ ตัวเขา เองเสร็จ หรือไม่ ติดตาม ได้ ใน Inception จิต

พิฆาต โลก นับได้ว่าเป็น หนัง หักมุม กหัวข้อ ที่ ทำ ออกมาได้เป็นอย่างดี ที่ นอกเหน็อจาก

การหักมุม แล้ว การตำเนินเรื่อง ต่างๆ ยัง ทำเอา ผู้ชม ลุ้น ระทึก จนกระทั่ง นั่ง ไม่ ติด เก้าอี้ อย่าง

แน่นอน สำหรับ ใคร ที่ ยัง ไม่เคยรับ ชม หนัง เรื่อง Inception ต้อง บอกเลยว่า ไม่ควรพลาด

เป็นอย่างยิ่ง

เว็บดูหนังฟรี

หนัง GONE GIRL : คุณรู้จักคนรักของคุณดีแค่ไหน?

หนัง Gone Girl ว่านี่คือหนังที่เหมาะสมที่สุด

หนัง Gone Girl

หนัง Gone Girl ว่านี่คือหนังที่เหมาะสมที่สุด เรื่อง หนึ่ง ของปีนี้ ไม่ เพียงเท่านั้น มัน ยัง เป็น หนัง ทริ ลเลอร์-ระทึกขวัญ ที่ สนุก

มากเรื่อง หนึ่ง ใน รอบ นับเป็นเวลาหลายปี เลย ก็ ว่า ได้ ผลงาน การกำกับ ของ เดวิด ฟินเชอร์

เรื่องนี้เต็มไปด้วย ลูก ล่อ ลูก ชน การต่ำเนินเรื่อง ที่ น่สนใจ และเรื่อง หลายอย่าง ใน เรื่องก็

เหมือน พร้อม จะ ตลบหลังผู้ชม อยู่ตลอด เวลา

คนเขียน นิยาย ของ เรื่อง (และ ยัง ทำหน้าที่ ควบ) สำหรับการ เขียน บทภาพยนตร์ อย่างกลิ่น

เลียน ฟลินน์ นั้น เธอมีเซนส์ ในการ แต่งนิยาย แนว ระทึกขวัญ แน่นอน ว่า พวกเรา เคย ดูหนัง

แนว หักมุม และตัวละครหลัก ไม่น่าไว้วางใจ มานับ ครั้ง ไม่ ถ้วน แต่ว่า เธอ ก็เลือก ที่จะ สร้าง

ตัว ละคร เอก ของ เรื่อง ไม่ว่า จะ เป็น นิค ต้น น์( เบน ฮัฟเฟล็ค) และ เอมี่ ต้นน์(โรซามุนด์

ไพค์ ให้มีลักษณะ ไม่น่าไว้วางใจ ใคร ได้ เลย เพราะ พวกเรา ไม่เคยทราบ เลย ว่า ผู้แสดง ตัว

ไหนกันแน่ ที่กำลัง “พูดเท็จ” คนดูอยู่

เรื่องราว ของ Gone Gir! นั้น เริ่มขึ้นเมื่อ หญิงสาว คน หนึ่ง เกิด หายตัวไป อย่าง ล็กลับ ในวาระ

ครบรอบ สมรส ปี ที่ 5 ด้วย ร่องรอย แล้วก็ หลักฐาน ที่ ที่เกิดเหตุ นั้น ล้วน ชี้ ไป ยัง สามี ของเธอ

สำหรับในการ เป็น ผู้ต้องสงสัย ฮันบหนึ่ง ยิ่ง พยายาม ค้นหา หลักฐาน การ หายตัว ไป ของ เอมี่

มากแค่ไหน สั่งเหล่านั้น ก็ ดูเหมือนจะ ชี้ตัว ว่านิ คนั้น น่าจะเป็น ผู้กระทำ และ ซุกซ่อน ความลับ

บางอย่าง เอาไว้ งเวลาผ่านไปตำรวจ ก็เหมือน จะ เริ่ม ระแคะระคาย ถึงความผิดปกติ ของ คดี

แต่ เมื่อ ข่าวสารนี้ แพร่กระจาย ออก ไป ใน สั่งคม สื่อมวลชน ก็ โหม ประโคมข่าว จน คน ทั่วเมือง

ก็เกือบจะตัดสิน ชายคน นี้ ไป แล้ว เป็นระเบียบเรียบร้อย ว่า เขา เป็น คน “ฆ่า” เมียตัวเอง ก่อน

ที่ คดี จะ ถูก ศาล ตัดสินเสียด้วย ซ้ำ ไป

ทาง ฝ่าย ตัวละคร อย่าง นิค นั้น เขา เป็น คอสัมนิสต์ นิตยสาร ใน นิวยอร์ก ที่ ต้อง ตกงาน เพราะ

ผล พวก จาก เศษฐกิจตกต่ำา และ การเติบโต ขึ้น ของ ส์อ ออนไลน์ เป็นผล ทำให้เขา ตัดสินใจ

ชักชวน ภรรยา เดินทาง กลับ ไป ใช้ชีวิต ในบ้าน เกิด ที่ เงียบเชียบ ใน มิส ชูรี่ และ หันมา ทำ ธุรกิจ

เล็ก ๆ ด้วย การ เปิด บาร์ ร่วมกับ พี่สาว ของตนเอง ข้อผิดพลาด ของ ตัวละครนี้ อยู่ตรงที่ว่า เขา

ต่อกร กับ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ได้ไม่ดี พอ และ การ ที่ เขา ไม่ทัน ดูแลตัว นั้น ก็ ทำให้ ปัญหา บาน

ปลาย ไป ใหญ่ โดยเฉพา: กับ ภาพ ที่ เขา “เผลอ” ยิ้ม ให้ ช่างถ่ายภาพ อ ที่ ต้น แชะ ภาพ ของ

เขาไป พร้อมกับภาพ ฉากหลังที่ เป็น รูป “ภรรยาหาย” พอติบพอดี เม็อ “รูป” ถูกเผยแพร่

ออกไป ใน วงกว้าง จึงเกิดกรวิพากษ์วิจารณ์ อย่างหนัก หน่วง ว่า เขา ไม่ เสียใจ หรือไร ที

ภรรยา ของตน หายไป (ต้อง หน้าเศร้า สิ … ใช่ไหม)

แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนัง(และในนิยาย) นั้นตัวฟลินน์เองตั้งใจจะจุดประเด็นในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนหรือฐานันดรที่ 4 ว่าพวกเขาเป็นคนกำหนดและขับเคลื่อนให้สังคมมองประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างไร เราจะได้เห็นการทำข่าวของสื่อฯ, ผู้ประกาศข่าวที่เลือกจะตัดสินจำเลยโดยไม่ได้หาเหตุผลอื่นๆมาประกอบ แต่พยายามโน้มน้าวให้สังคมเชื่อตามตน, เพศและการคุกคาม (ซึ่งในหนังเรื่องนี้เพศหญิงกลายเป็นฝ่าย “รุก” ผู้ชายและต้อนจนเขาจนมุม)

แนวคิดอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับหนังอย่าง Gone Girl นั้นต้องการจะพูดถึง “ชีวิตคู่” ซึ่งตัวเรื่องราวของมันก็ตีแสกหน้าวัยหนุ่มสาวที่มองเรื่องความรักเป็นสิ่งงดงามได้อย่างถึงแก่น เมื่อชีวิตก่อนและหลังแต่งงานนั้นกลายเป็นหน้ามือกับหลังมือ ชีวิตคู่ก่อนแต่งงานของนิคและเอมี่นั้นดูสดใส ซาบซ่านและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทว่าหลายปีผ่านไปหลังจากที่พวกเขาได้แต่งงาน พวกเขาก็เดินหน้าเข้าสู่หลุมพรางของชีวิตคู่และหายนะก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีฝ่ายหนึ่ง “โกหก” อีกฝ่าย

อันที่จริงตัวผู้เขียนก็อยากจะเขียนบทวิจารณ์ในเชิงเจาะลึกถึงตัวละครมากกว่านี้ ทว่าหากต้อง “ลึก” กว่าที่เป็นอยู่มันอาจจะเป็นการสปอยล์หนังโดยความจำเป็น ดังนั้นเมื่อต้องเขียนในเชิงกลางๆแล้ว ข้าพเจ้ามองว่าตัวหนังนั้นสามารถเก็บหมัดเด็ดเอาไว้ตรงกลางเรื่อง และพลิกสถานการณ์ทุกอย่างจากหนังสืบสวนให้กลายเป็นการพลิกคดีแบบคนดูหงายเงิบไปตามๆกัน

ดูหนังออนไลน์

ซาร์รี่หวังดึงโปลิตาโน่เปลี่ยนลาซิโอเล่น4-3-3

เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์คนใหม่ของ ลาซิโอ

เมาริซิโอ ซาร์รี่

เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์คนใหม่ของ ลาซิโอ ต้องการดึงตัว มัตเตโอ โปลิตาโน่ ปีกร่างเล็กของ นาโปลี มาเสริมแนวรุก

ซาร์รี่ เซ็นสัญญาระยะเวลาสองปี เปิดตัวเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของ ลาซิโอ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพุธ ทำให้ อินทรีฟ้าขาว จะเปลี่ยนโฉมหน้าทีมและระบบการเล่นในฤดูกาลหน้า จากเดิม 3-5-2 ของ ซิโมเน่ อินซากี้ โดยสิ้นเชิง

สกาย อิตาเลีย โดย จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวคนดัง รายงานว่า ซาร์รี่ จะเข้ามาใช้ระบบการเล่นถนัดของตัวเองนั่นคือ 4-3-3 จึงจำเป็นต้องหานักเตะตัวรุกตำแหน่งปีกฝีเท้าดีๆ เข้ามาเสริมทัพ และหนึ่งในเป้าหมายคือ โปลิตาโน่ ที่ไม่ได้รับโอกาสจาก นาโปลี อย่างสม่ำเสมอเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

สำหรับ โปลิตาโน่ เคยเป็นเด็กปั้นของ โรม่า ที่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ แต่ไปสร้างชื่อกับ ซาสซูโอโล่ จนได้ย้ายไป อินเตอร์ มิลาน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนถูกปล่อยตัวมาให้ นาโปลี เมื่อต้นปีที่แล้ว ลงเล่นไปทั้งสิ้น 70 เกม ยิง 13 ประตูตลอดช่วงเวลาหนึ่งฤดูกาลครึ่ง

สื่อเลี่ยนเผยฟอนเซก้าตกลงคุมไก่

เปาโล ฟอนเซก้า เทรนเนอร์ชาวโปรตุเกส

เปาโล ฟอนเซก้า

เปาโล ฟอนเซก้า เทรนเนอร์ชาวโปรตุเกส ตกเป็นข่าวว่าได้บรรลุข้อตกลงที่จะเข้ารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ของ สเปอร์ส ด้วยสัญญา 3 ปี ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ต อิตาเลีย

    รายงานจาก สปอร์ตอิตาเลีย ระบุว่า ฟอนเซก้า ได้พบกับสมาชิกของบอร์ดบริหาร ไก่เดือยทอง แบบตัวต่อตัวไปแล้ว 2 ครั้ง

นายใหญ่ชาวโปรตุเกสต้องกลายเป็นคนว่างงานในตอนนี้ หลังจากที่สัญญาของเขากับ โรม่า หมดลงหลังจบฤดูกาล 2020-21

เขาถูกกล่าวว่าเป็นหนึ่งในแคนดิเดตของผู้จัดการทีมคนใหม่ของ เอฟเวอร์ตัน หลังจากที่ คาร์โล อันเชล็อตติ ตัดสินใจย้ายไปคุม เรอัล มาดริด

สโมสรก่อนหน้านี้ของเขาได้แก่ ปอร์โต้, บราก้า และ ชัคตาร์ โดเนตส์ค

นายใหญ่วัย 48 ปี รับงานกับ หมาป่าเหลืองแดง ในปี 2019-20 โดยพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรปา ลีก และพาทีมจบอันดับ 7 ในเซเรีย อา ซีซั่นนี้ ท่ามกลางปัญหาแกนหลักบาดเจ็บมากมาย

ไก่เดือยทอง กำลังมองมายังอิตาลีเพื่อหากุนซือคนใหม่ หลังจากที่ไล่ โชเซ่ มูรินโญ่ ออก และเขาก็ตกลงที่จะมาสานงานต่อจาก ฟอนเซก้า ที่ โรม่า

นอกจากนี้ สเปอร์ส ยังเตรียมแต่งตั้ง ฟาบิโอ ปาราติชี่ เข้ามาเป็นผู้อำนวยการกีฬา ซึ่งทุกวันนี้เขาเป็นฟรีเอเยนต์หลังหมดสัญญากับ ยูเวนตุส

Get Out หนังที่หยิบจับเอาปัญหาการเหยียดผิว มาสร้างเป็นพล็อตหนังลึกลับสยองขวัญ

Get Out

Get Out

Get Out นับ เป็น หนัง ตื่นเต้น ทุน ต่ำ มากมาย ที่ ได้รับ คำสรรเสริญ แล้วก็ รายได้ เยอะแยะ มหา

ศาล เริ่มจากรายด้ จากการฉาย “Get Out” สามรถ ทำเงิน ได้ สูง ปรี๊ด โดย ลงทุน สร้างไป

เพียงแค่ 4.5 ล้าน บาท และก็ ได้เงิน กลับมาตลอดการฉาย 5 อาทิตย์ ทั่วทั้งโลก แล้ว

ประมาณ 170 ล้านเหรียญ ฯ (แล้วก็ ยังคงเดินหน้า ฉาย ถัดไป อีก ) ด้าน ข้อคิดเห็น ก็ ไม่น้อย

หน้า หนัง ปัดกวาด กระแส ศาชมเชย จาก นักวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งผู้ชม อย่างคุ้มคลั่ง โดย

คะแนนรีวิว ใน เว็บ โด่งตัง อย่าง “Rotten Tomatoes” หรือ ที่ บ้าน พวกเราเรียก ว่าเว็บไซต์

มะเขือ เน่า นั้น ก็ สูง ป รี๊ด เกิน กว่า หนังตื่นเต้น เรื่อง นๆ เค้า ได้ กัน ( ถึง ใน ในเวลาที่ ผม รีวิว

อยู่ นี่ หนัง ได้คะแนน มากถึง 99%)

 

“Get Out” หรือ ในซื่อ ไทยว่า “ลวงร่างประสาทหลอน ” สำเร็จงานการ กับ และ เขียน

บท ของ “จอร์แดน เพลี” ที่เล่าถึงเรื่องราว ปกติ ทั่วๆไป ของ คุรัก โดย”โรส” (แอลิสัน วิล

เลียม ) ต้องการพา “คริส” (แดเนียล คาลู ย่า ) แฟน ชายหนุ่ม ผิว สี ไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่ว่า

เหตุ ระหว่างเดินทาง ส่อแวว ความแปลกประหลาด และไม่น่าไว้วางใจ มาสู่ ทั้งสอง ยิ่งไปกว่า

นั้น เมือ ทั้งสองไป ถึงยังหน้าบ้น พ่อแม่ กล้บ จะต้อง พบเห็น กับ เรื่องราว เชิญ ประหลาด ที

มั่นใจว่ามีต้น ตอมา จาก ปัญหาค้าน ชาติกำเนิด ของคริส แล้วก็ ตั้ง ให้ คริส จำต้อง เข้าไป

พบเห็น กับ ความเป็นจริง ที่สุด แสน ระทึก เกิน จะ ชี้แจง

ตัวหนัง มากับ บรรยากาศ ที่ มอง วังเวง ไม่น่าไว้วางใจ และก็ นักแสดง รอบกาย ดารานำชายก็ ดู

เหมือนจะ ธรรมคา แต่มี ประเต็น แถม ท่าที ก็ ยัง พิกล ชอบกล เป็น จำต้อง ยกย่อง จุด ชักจูง

ของหนัง ที่ ทำให้ ผม งง กับ เรื่องราว อยู่เสมอ หากแม้ผม จะ พอเพียง ทายใจ ที่มา ที่ ของ เหตุ

แปลก ๆ ที่เกิด ขึ้นได้ตั้งแต่ตอน ก็งกลางเรื่อง โดย จุดหลอน ของหนัง จัดว่า จัดจ้าและก็

สร้าง ความ น่ากลัว ให้ กับ อารมณ์ หนัง เจริญ จริงๆ จังหวะ ความ น่าสยอง แล้วก็ ความ เป็น คอ

เมดี้ ถูก แทรกสอด เข้ามา ใน หนัง ได้ เหมาะสม ถูกเวลา ซึง ช่วย เพิ่ม รสชาติ ให้ หนังมี ความ

น่าดึงดูดใจ และก็ ยัง ช่วยทำให้ปรับ กำเนิด ได นามิค ของ อารมณ์ หนัง ได้ อย่า

ในส่วนของประเด็นหลักที่ผมจะขอพูดถึงก็คือเรื่องของบทภาพยนตร์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังถูกพูดถึงและกำลังกอบโกยรายได้อยู่ถึงทุกวันนี้ ซึ่งต้องชื่นชมพล๊อตเรื่องของหนังที่ผู้สร้างสามารถครีเอตเรื่องราวสยองขวัญได้อย่างโดดเด่นและสามารถโยงเข้ากับประเด็นเรื่องการเหยียดสีผิวได้อย่างมีน้ำหนัก ซึ่งชวนให้ผมนึกถึงหนังผีไทยอย่าง “ลัดดาแลนด์” ที่สามารถจับเรื่องราวสยองขวัญมามิกซ์กับประเด็นปัญหาครอบครัวในสังคมไทยได้อย่างลงตัว (ซึ่งเป็นผลให้ใน “ลัดดาแลนด์” ได้รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเกือบทุกเวที) กลับมาที่ประเด็นผิวสีของ “Get Out” ที่ผมรู้สึกชอบการนำเสนอในแง่มุมที่หนังไม่ได้สร้างปมดราม่าน่าเห็นใจหรือบีบคั้นผู้ชมให้เห็นถึงการเหยียดหยามจนน่าหดหู่ แต่กลับนำเสนอผ่านมุมมองที่ยังเป็นคงไว้ซึ่งความเป็นหนังสยองขวัญชัดเจน มันจึงทำให้ภาพยนตร์มีโอกาสเข้าถึงผู้ชมทั่วไปได้มากกว่าเดิม

ท้ายสุด “Get Out” ยังถือเป็นความแปลกใหม่ที่ทำได้ถึงรสถึงชาติของภาพยนตร์สยองขวัญ ซึ่งผู้สร้างสามารถวางโครงสร้างของเรื่องราวความระทึกขวัญให้สมดุลกับการวิพากษ์สังคมได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้หนังยังมีช่วงอารมณ์ขันของเรื่องราวแทรกเข้ามาเป็นระยะๆส่งผลให้  กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญรูปแบบใหม่ที่ดูสนุก ลุ้นระทึก และฉุดให้คิดกับการเสียดสีสังคมไปแบบเนียนๆ

ดูหนังออนไลน์

ลินการ์ดอวยพรสิงโตโลดในยูโรหลังหลุดทีม

เจสซี่ ลินการ์ด แข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เจสซี่ ลินการ์ด

เจสซี่ ลินการ์ด แข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมเชียร์ทีมชาติอังกฤษทำผลงานในยูโร 2020 แม้ถูกตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยรอบสุดท้าย

ลินการ์ด ทำผลงานได้ดีระหว่างถูกปล่อยไปเล่นให้ เวสต์แฮม ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังจนมีชื่อในลอตแรก 33 คนของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ทว่าหลุดโผ 26 คนสำหรับลุยรอบสุดท้าย ยูโร 2020

แข้งวัย 28 ปีอวยพรเพื่อนร่วมทีมในยูโร 2020 ว่า “เมื่อได้โอกาสทำงานร่วมกับทุกคนและเป็นตัวแทนประเทศ ผมไม่มีวันหยุดยิ้มได้เลย ผมจะเชียร์ทีมไปตลอดซัมเมอร์ โชคดีนะเพื่อนๆ เอาแชมป์กลับบ้านให้ได้”

ทั้งนี้ ทัพสิงโตคำราม จะลงสนามนัดแรกในยูโร 2020 พบกับ โครเอเชีย ในวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายนนี้ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

หนัง Baby Driver ปล้นเต็มสปีด มันส์สุดเร้าใจโดนใจนักซิ่ง

การกลับมาแบบนักดูหนังต้อนรับกันเต็มเหนี่ยว

การกลับมาแบบนักดูหนังต้อนรับกันเต็มเหนี่ยว

การกลับมาแบบนักดูหนังต้อนรับกันเต็มเหนี่ยว ของผู้กำกับขวัญใจวัยรุ่นสายเกรียนอย่าง เอ็ดการ์ ไรต์ ที่หลังสุดมีเครดิต (แบบมีดราม่า) จากการเขียนบทเรื่อง Ant-Man (2015) ส่วนด้าน

ผลงานเต็มตัวทั้งกำกับทั้งเขียนบทที่สร้างชื่อให้เขามาตลอดนั้น อย่างเรื่องล่าสุด The World’s End (2013) ก็มาแบบค่อนข้างกระแสแผ่วมาก ๆ ต่างจากผลงานก่อนหน้าอย่าง

พวก Shaun of the Dead (2004), Scott Pilgrim vs. the World  (2010) และผลงานที่ดีที่สุดของเขา (ในความเห็นส่วนตัว) อย่าง Hot Fuzz (2007) ไปมากทีเดียว ทำให้ Baby Driver นับเป็นการกลับมาคืนฟอร์มที่แจ่มว้าวสมการรอคอยของสาวกพันธุ์แท้เฮียไรต์ทีเดียว

เอ็ดการ์ ไรต์ ผู้กำกับ กับ แอนเซล เอลกอร์ต นักแสดงนำ
หนังเล่าเรื่องของ เบบี้ (แอนเซล เอลกอร์ต) หนุ่มผู้มีแผลใจในวัยเด็กจากการสูญเสียพ่อและแม่

ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีเขาอยู่ด้วย ซึ่งนอกจากการที่เขาต้องย้ายมาอยู่ในการอุปการะของ โจเซฟ (ซีเจ โจนส์) ชายผิวสีผู้เป็นใบ้แทนแล้ว เขายังต้องอยู่กับเสียงวิ้ง ๆ ในหูตลอดเวลาไป

ตลอดชีวิต ทำให้เขามักใส่หูฟังเพลงจากไอพอดเพื่อกลบเสียงนั้นอยู่เสมอ เพราะชีวิตที่ไม่ได้สวยหรูเขาติดหนี้ก้อนใหญ่กับ ด็อก (เควิน สเปซี่) ชายประวัติลึกลับผู้อยู่เบื้องหลังตำรวจชั่วและการวางแผนจ้างอาชญากรก่อเหตุปล้นใหญ่แทบทุกครั้งในเมืองแอตแลนต้า

ด็อกมองเห็นความสามารถของเบบี้ที่ขับรถความเร็วสูงหนีการไล่ล่าได้ทุกครั้งจนต้องใช้งานอยู่เสมอในการช่วยขับให้ทีมปล้นหลบหนีตำรวจ ตัวเบบี้แม้จะไม่อยากทำงานสกปรกนี้แต่หนี้ก้อน

ใหญ่ที่เขาติดกับด็อกก็บังคับให้เขาต้องอยู่ในวังวนนี้ตลอด แม้ว่าวันหนึ่งการเข้ามาของ เดโบร่า (ลิลี่ เจมส์) หญิงสาวสุดสวยที่เคมีเข้ากับเขาแทบจะทันทีที่พบกัน จะทำให้เขาอยากหนีจาก

ชีวิตอาชญากรรมเต็มที แต่งานนี้ด็อกและเหล่าสุดแสบที่ถูกรวมตัวมาร่วมทีมปล้นครั้งใหญ่อย่าง ไอ้โรคจิตแบทส์ (เจมี่ ฟ็อกซ์) และคู่รักสุดโหดอย่าง บัดดี้ (จอน แฮมม์) กับดาร์ลิง (ไอซ่า กอนซาเลส) คงไม่ยอมปล่อยกุญแจสำคัญในแผนอย่างเบบี้ไปโดยง่ายแน่ ๆ

หนังเรื่องนี้ใช้เวลาฟูมฟักนานนนนมากกกก จนเหลือเชื่อเลยครับ ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นโปรเจ็กต์ที่ผู้กำกับปลุกปั้นหลังจากหมดภารกิจจาก Ant-Man เสียอีก เอาเข้าจริงไรต์น่าจะเริ่มเขียนบท

ตั้งแต่จบหนังเรื่องแรกของเขาตั้งแต่ปี 1995 นู้นนนน แต่กว่าบทจะลงตัวสมบูรณ์ก็มายันปี 2011 เลยทีเดียว และกว่าจะได้ถ่ายทำจริงจังก็ปีนี้นี่เองครับ โดยจากแรก ๆ ที่ไรต์เตรียมเพลงประกอบ

ในการทำหนังแอ็คชันมิวสิคัลโพสต์โมเดิร์น (ศัพท์นี้ผู้กำกับแกนิยามเองนะ) ไว้ 10 เพลงก็ไหลมาจนถึง 30 เพลงจนได้

อาจเพราะหมักข้นได้ที่ขนาดนี้หนังเลยออกมาแซ่บไม่ธรรมดาเอามาก ๆ ครับ เพราะเป็นการผสมหนังหลายแนวหลากอารมณ์ให้มานัวอยู่ในเรื่องนี้ได้อย่างสนุกทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นหนัง

อาชญากรรมที่มีการวางแผนชิงไหวพริบของคนในทีมที่ไม่ได้สามัคคีอะไรกันนัก ตัวละครอย่าง ด็อก ก็ดูลึกลับจนยากหยั่งถึง ด้านความเป็นหนังธริลเลอร์ก็มีตัวร้ายอย่าง แบทส์ และคู่รักบัดดี้

กับดาร์ลิง ที่กดดันคนดูจนแบนราบไปกับที่นั่ง ยิ่งตอนหลัง ๆ นี่มันจะตื้อจะโหดกว่าพวกหนังสยองขวัญฆ่าไม่ตายบางเรื่องเสียอีก โคตรลุ้นจริง ๆ เพราะพระเอกนอกจากฝีมือขับรถเทพแล้ว

พี่แกก็มนุษย์ธรรมดาท่ามกลางเหล่าสัตว์ประหลาดดี ๆ นี่เอง บทสนทนาเรื่องนี้ก็มีชั้นเชิงมากครับ หลายฉากนี่ฟาดฟันด้วยฉากพูดได้ลุ้นกว่าแอ็คชันเสียอีก บางช่วงนี่นึกว่าเควนตินมาเขียน

ให้เลยด้วยซ้ำ ส่วนพาร์ทความเป็นหนังแอ็คชันที่นอกจากการไล่ล่าด้วยรถแบบลุ้นตีนจิกแล้ว ก็ยังมีการใช้รถสู้ฟาดฟันกันแบบเหนือชั้นทีเดียว ด้วยพลังของการถ่ายขับจริงที่ไม่พึ่งพาซีจี กับ

พลังการตัดต่อที่หนังของไรต์ทำได้เหนือชั้นทุกเรื่อง นี่จึงเป็นหนังขับรถที่มีฉากไล่ล่าดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ

นอกจากนั้นทางฝั่งอารมณ์เบา ๆ สบาย ๆ ในหนัง อย่างความเป็นหนังรักก็ทำได้เชื่อแบบปลื้มปริ่ม อายม้วนต้วนกับฉากจีบและบทสนทนาเขิน ๆ ยิ่งพอความรักมีอุปสรรคเรายิ่งอินไปกับตัว

ละคร ต้องบอกว่านักแสดงอย่างแอนเซล กับลิลี่ นั้นสวยหล่อจนเคลิ้มแถมเคมีเข้ากันดีมากอีกต่างหาก จะฝั่งตลกก็มีให้พอยิ้ม ๆ ถึงจะไม่ฮาโปก แต่ก็พอดีกับตัวหนัง ซึ่งหนังก็ไม่ได้เน้นมา

ทางตลกคาเฟ่หนักอยู่แล้ว แต่จะเน้นบรรยากาศที่กวน ๆ ยิ่งถ้าใครชอบดูพวกหนังแอ็คชันหนังรถซิ่ง หรือคอหนังทุกแนว เชื่อเลยว่าจะต้องรู้สึกโคตรฟินกับการกวนโอ๊ยหนังชาวบ้านเขาไปทั่ว

แบบเนียน ๆ ของไรต์ แม้แต่หนัง Monster Inc. แอนิเมชั่นดิสนีย์ที่ไม่เคยถูกอนุญาตให้มาร่วมวงศ์ไพบูลย์กับหนังเรต R เลยในประวัติศาสตร์ ก็ยังถูกเอามาใช้ได้ตลกดี

และส่วนที่ฟ้าวสาดมาก ๆ ของหนังเรื่องนี้คือ ความเป็นมิวสิคัลโพสต์โมเดิร์น อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกนั่นล่ะครับ ใครดูฉากลองเทคที่เบบี้เดินไปซื้อกาแฟ คงเอาไปเทียบกับหนังมิวสิคัลแท้

ๆ อย่างพวก La La Land แน่ ๆ (ซึ่งจริง ๆ เอ็มมา สโตน ก็เคยถูกทาบทามให้เล่นหนังเรื่องนี้ก่อนจะเซย์บายไปรับบทนำใน La La Land ล่ะนะ) แต่ความเหนือชั้นของไรต์ที่เพิ่มความเป็น

โพสต์โมเดิร์นไปทำให้หนังแตกต่างไปเลยครับ เพราะเพลงในหนังและการเต้นรำไปตามท้องถนน มาจากบุคลิกกวน ๆ ของเบบี้ ที่ชอบฮัมเพลงและเต้นไปตามเสียงเพลงอย่างไม่คำนึงลุค

เคร่งขรึม ที่ มองเห็น ใน แบบอย่าง แม้แต่น้อย 555 เป็น จริงๆ มัน เหี้ยน เลย ล่ะ เพียงแค่ เก็ก

ขรึม ไป ถ้าเช่นนั้น เอง ด้วยเหตุผลตั้งกล่าว เพลง ใน หนัง ก็เลย เป็น เพลง ที่ ผู้แสดง เปิด ฟัง อยู่

ในเวลานั้น จริงๆ ไม่ใช่ ซาว ด์ ประกอบ เวลาเดียวกัน

ฉาก ที่’ไม่มี การเปิด เพลง พวกเรา จะได้ยิน เสียงวิ้งๆ เจี๊อ อยู่ ใน บรรยากาศ เป็นเสียง แบบ ที่

เบบี้ ได้ยิน ใน หู เขา ตลอดระยะเวลา หาก มิใด้ ฟังเพลง ด้วย ขอรับ

ฮันนี้ เป็น ฉาก เปิด เรื่อง ซึ่ง ทาง ค่าย ปลดปล่อย มา ให้ ดู ไป เลย ว่า หนัง มัน จะมี ลีลาท่าทาง

แบบไหน มั่นใจว่า ดูแล้ว อาจ รู้เรื่อง สั่งที ผม กล่าว ไป ก่อนหน้า แน่นอน ว่า ผู้แสดงนำชาย มัน

สั้น โดย ในฉากนี้ได้ ใช้

เพลง Bellbottoms ของวง Jon Spencer Blues Explosion มาประกอบ ซึ่งจริง ๆ ฉากเปิดนี้ผู้กำกับเคยทดลองทำเอ็มวีให้วง Mint Royale ในเพลง Blue Song มาก่อนนานแล้ว ตั้งแต่

โปรเจ็กต์หนังยังลุ่ม ๆ ดอน ๆคงอัดอั้นอยากปล่อยของเต็มทนครับ 555 ตัวเอ็มวีเพลงนั้นลองไปเสิร์ชดูในยูทูบ ดูเปรียบเทียบกันได้ครับ

จากฉากเปิดนี้นอกจากเราได้เห็นบุคลิกต่าง ๆ ของเบบี้แล้ว เรายังได้เห็นจังหวะการใช้เสียงเพลงกับการแสดงและการตัดต่อที่เจ๋ง ๆ รวมถึงภาพรวมของมู้ดในหนังทั้งความขบขัน อาชญากรรม และการไล่ล่าด้วยรถที่มันสะแด่วมาก ๆ ครับ

ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ในหนังก็เป็นเพลงยุค 1970s ที่ก่อกำเนิดวัฒนธรรมดนตรีใหม่ ๆ ไปทั่วโลก นั่นก็คือร็อกนั่นเอง มันเลยมีเพลงจากวงเจ๋ง ๆ จากฝั่งอังกฤษมาเป็นพะเรอเกวียน

ตั้งแต่ Queen, T. Rex, Beck, Blur, Jon Spencer Blues Explosion, The Damned เป็นอาทิ คือใครสายนี้คงอินมาก แต่แค่จังหวะหนังกับตัวเพลงนี่ก็ตัดต่อมาได้มันมาก

ๆ แล้วครับขนาดว่าไม่รู้จักเพลงเหล่านั้นเลย ซึ่งตรงนี้เป็นข้อเสียของหนังเหมือนกันเพราะหลาย ๆ มุกที่ผู้กำกับอยากกวนโอ๊ยนี่มาจากความพอดี๊พอดีของเนื้อเพลงกับบทสนทนาหรือ

สถานการณ์ในหนังด้วย แต่ในฉบับฉายไทยนี่น่าจะไม่ได้รับสิทธิ์แปลซับไทยเนื้อเพลงมาด้วย ทำให้ต้องคอยนั่งฟังเนื้อเพลงภาษาอังกฤษเอาเองครับ ก็เสียอรรถรสไปพอสมควร

หนังยังมีของให้คนตาไวมองหาซุกซ่อนอยู่ในตัวหนังเยอะมาก เอาว่าแค่ดูหาพวกนี้ก็เพลินแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลงที่ซ่อนในพวกกราฟิตี้ในฉาก เนื้อเพลงที่มาลงเป๊ะกับฉากในหนังที่

ต้องคอหนังจริง ๆ ถึงจะเก็ตนกตัวอย่างฉากหนึ่งที่พวกโจรใช้หน้ากากออสติน พาวเวอร์ปิดบังใบหน้า แล้วเพลง Neat Neat Neat ของวง The Damned ก็ถูกเปิดท่อนที่ว่า Be a man,

can a mystery man พอดี ตรงนี้ใครจำชื่อเต็มของหนังออสติน พาวเวอร์ภาคแรกได้คงฮาครับ เพราะมันมีชื่อว่า Austin Powers: International Man of

Mystery (1997) นั่นเอง หรือพวกคำพูดตัวละครที่ถูกเอามาใช้ในอนาคตหรือแอบใบ้ฉากหลัง ๆ ไว้แบบเนียน ๆ คือต้องกราบใจฝ่ายศิลป์ วิสัยทัศน์ผู้กำกับและการเขียนบทที่วางไว้ละเอียดเป็นหนึ่งเดียวกันได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ครับ

ดูหนังออนไลน์

โคลอมเบียดุถล่มเปรูนิ่ม3-0คัดบอลโลก

โคลอมเบีย ฟอร์มร้อนจัดการเอาชนะ เปรู

โคลอมเบีย

โคลอมเบีย ฟอร์มร้อนจัดการเอาชนะ เปรู ไปแบบไม่ยากเย็นด้วยสกอร์ 3-0 ในเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้

เกมที่ เอสตาดิโอ นาซิโอนาล เด ลีม่า ในกรุงลิม่า ทาง เปรู เจ้าบ้านมี หลุยส์ อัดวินกูล่า, อันเดร การ์รีโย่ และ คริสเตียน เกว่า ทำเกมรุกโดยมี เปาโล เกร์เรโร่ ตัวเก๋าเป็นหน้าเป้า ส่วนทาง โคลอมเบีย วาง ดูวาน ซาปาต้า กับ หลุยส์ มูเรียล เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก

ครึ่งแรกทั้งสองทีมสู้กันได้ดีแต่เป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิก ฮวน กวาดราโด้ เปิดเข้าเขตโทษ ดูวาน ซาปาต้า เบียดขึ้นโหม่งบอลลอยไม่ไปไหน เยร์รี่ มีน่า อาศัยความใหญ่ตามมาโหม่งดาบสองบอลตกพื้นเข้าไปเป็น 1-0

สถานการณ์ของเจ้าบ้านยิ่งแย่เมื่อต้องมาเหลือ 10 คนจังหวะที่ มิเกล เตราโก้ ที่โดนใบเหลืองไปแล้วไปอัดหนักใส่ ฮวน กวาดราโด้ โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป จบครึ่งแรก โคลอมเบีย นำ 1-0

เข้าครึ่งหลังสกอร์ขยับมาเป็น 2-0 นาทีที่ 49 จอห์น เมดิน่า เปิดบอลจากทางขวาเข้าเขตโทษ มาเตอุส อูรีเบ ได้โหม่งกลางประตูเข้าไป จากนั้นสกอร์มาไหลเป็น 3-0 นาทีที่ 55 จากบอลเปิดทางซ้ายแข้งเจ้าถิ่นพลาดโดน หลุยส์ ดิอาซ เอาบอลไปได้ก่อนพลิกหาช่องกดด้วยขวาเสียบตาข่าย

นาทีที่ 59 โคลอมเบีย มาเหลือ 10 ตัวเหมือนกันเมื่อทาง ดาเนี่ยล มูนญอซ ที่หลุดมาทางขวาแต่แตะบอลยาวเลยกลายเป็นไปเตะใส่ มาร์กอส โลเปซ ที่เข้ามาสกัดสุดท้ายโดนไล่ออกไปอีกคน หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม โคลอมเบีย ชนะ 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน ส่วน เปรู จมบ๊วย มีแค่คะแนนเดียวจาก 5 เกม โดยเกมถัดไป เปรู จะไปเยือน เอกวาร์ดอร์ ส่วน โคลอมเบีย จะเปิดบ้านเจอ อาร์เจนติน่า ในเช้าวันพุธที่ 9 มิถุนายน ตามเวลาในประเทศไทย

หนัง127 Hours : ติดอยู่ในร่องภูเขา ไปไหนไม่ได้ หรือจะต้องตายที่นี่

127 ชั่วโมงระทึก

127 ชั่วโมงระทึก

127 ชั่วโมงระทึก คืนวันศุกร์กลางเดือน เม.ย. ปี 2003 แอรอน รัลสตัน ชายหนุ่มชาวอเมริกัน วัย 26 ปี

ผู้ชื่นชอบการผจญภัยกลางแจ้ง ควบรถโฟร์วีลคู่ใจออกเดินทางเพื่อไปไต่เขาในอุทยาน

แห่งชาติบลู จอห์น แคนยอน หุบเขาอันเวิ้งว้างกว้างไกลสุดสายตาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ความสุข ของ นักผจญภัย อย่าง เขา หนี ไม่ พ้น การ ขี่ จักรยาน ลัด ไป ตามทาง ตะปูมตะป่า กลาง

ทะเลทราย ใต้ผืนฟ้ากว้าง ผ่องใส่ แสงตะวัน เผด เผา ป่ายปีน กระโดด ไปๆมาๆ ตาม ร่องเขา

ซอก หิน แคบๆ ใต้เขาหิน ชั้น ดูดซับ เอา บรรยากาศ สมบุกสมบัน ไว้ อย่างสมบูรณ์

แต่ว่า แล้ว จู่ๆ ชะตากรรม ก็ ซัด ใส่ โดย ไม่ทัน ตั้งตัว เมื่อ เขา เสียทำ หลุดล่วงตรง รอยแยก ของ

ช่องเขา ลีก ลงไป หลาย สิบ เมตร แขนต้านขวา ติดอยู่ ใต้ หิน ขนาด ยักษ์ หนักอึ้ง ขยับ ไม่ได้

ทั้งยัง ผลัก ต้น ตื่ ชนยังไง ก็ ไม่เป็นผล สติ เริ่ม กระเจอะกระเจิง เขา เหลียวมองรอบข้าง

พบว่ามีเครื่องใช้ไม้สอย จำเป็นต้อง ประจำตัว มี อยู่ อย่างจากัด ก็เลย คิด หา สารพัดวิถีทางมา

ปรับแก้ สถานการณ์ ฉุกเฉิน

วินาทีแห่งความเป็นความตายเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้น

127 Hours สร้างขึ้นจากเรื่องจริง ของ นักปืนเขานาม แอรอน รัลสตัน (เจมส์ ฟรั่งโก) กับ

การเสียงภัย สุต ระทีก ใน ตอน ช่วงเวลา กว่า 5 วัน เมื่อ เสียท่า ติดอยู่ สั่งเดียว ถาง ใน ร่อง

ช่องเขา แขน ถูก หิน ยักษ์ ทับ ขยับ ไม่ได้ เขาต้อง คิด หา แนวทาง เอาชีวิตรอต ภายใต้

เหตุการณ์ ฉุกเฉิน ผลงาน การดูแลของ แดนนี่ ขอยล์ เจ้าของรางวัลออสการ์ (Slumdog

Millionaire)

หนัง เรื่องนี้ พาไป สัมผัสการผจญภัย ใน โลก กลางแจ้ง เบื้องบน ผืนฟ้า สี คราม ก้อนเมฆ ขาว

ลอยเด่น สายลม แสงตะวัน พัดพา โบก โบย เบื้องล่างมี ช่องเขา กว้างขวางยืน สูงเด่น สุด

สายตา ทาง ตะปุ่มตะป่า บน แผ่นดิน แล้ง ร่องเขา แคบ ๆ ใต้ โตรก หน้าผา วนเวียน ตั้นด้น ไป

ไม่รู้ จบ จากแอรอน ขี่จักรยาน ไป กลาง ทะเลทราย เวิ้งว้าง หรือ ยืน เท้า เอว อย่าง ผู้ชนะ บน

ยอด หน้าผา สูง หรือ ฉาก หย่อนยาน ตัว จาก ซอกเขา แคบ ๆ ลงสู่ แอ่งน้ำ เย็น ใต้ ซอกเขา ล้วน

บรรยาย ภาพ ให้มองเห็น ความมหัศจรรย์ ของ ธรรมชาติ ได้ แจ่มชัด

หรือฉากที่ตัวละครติดอยู่ใน 127 ชั่วโมงระทึก ผู้ชมจะได้ลุ้นไปกับการคิดหาหนทางในการเอาชีวิตรอด สติสัมปชัญญะและไหวพริบ การคิดวางแผนใช้อุปกรณ์ น้ำดื่ม และอาหารที่มีอยู่เพียงน้อยนิดให้คุ้มค่าที่สุด บรรยากาศอันบีบคั้นหัวใจให้ลุ้นตามอย่างเสียงหอบหายใจ เสียงมีดขูดหินดังสลับกัน ภายใต้ความมืดมิดเหน็บหนาว และร่างกายที่อ่อนล้าลงทุกที รวมถึงความรู้สึกนึกคิด ความทรงจำ ความฝัน จินตนาการที่พรั่งพรูไหลออกมาเป็นภาพในหัวของนักปีนเขาหนุ่มคนนี้

เจมส์ ฟรังโก ตีบทกระเจิงจนสามารถเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แม้จะชวด แต่ก็ยังคว้านักแสดงชายยอดเยี่ยม รางวัล Independent Spirit Awards จากแวดวงหนังอินดี้มาปลอบใจได้) ด้วยการแบกรับหนังทั้งเรื่อง หนังยังโดดเด่นด้วยการกำกับภาพขั้นเทพ เทคนิคแพรวพราวของตากล้องคนสำคัญทั้ง 2 คนอย่าง แอนโทนี ดอด แมนเทิล, B.S.C., D.F.F. (Slumdog Millionaire) และเอนริเก เชดิเอก (28 Days Later) ตัดสลับไปมาจากกล้องถ่ายหนังและกล้องวิดีโอ (แทนภาพวิดีโอส่วนตัวที่แอรอนถ่ายตัวเอง)

สไตล์การกำกับของ แดนนี บอยล์ ผู้กำกับรางวัลออสการ์ชาวอังกฤษผู้นี้ ยังคงไว้ซึ่งลายเซ็นเฉพาะตัว นับตั้งแต่หนังแนวๆ อย่าง Trainspotting ผลงานระดับ 8 รางวัลออสการ์ Slumdog Millionaire มาจนถึง 127 Hours เรื่องล่าสุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ ลำดับภาพ ตัดต่อ บทภาพยนตร์ รวมถึงดนตรีประกอบที่โดดเด่นยากจะหาใครมาเทียบ

ที่สุดของที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือ ตัวละครในชีวิตจริงที่ยังมีลมหายใจ แอรอน รัลสตัน ชายผู้ทำให้โลกตะลึงด้วยเรื่องราวอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับความกล้าหาญของมนุษย์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค

ดูหนังออนไลน์

‘อันเช่’ยกรามอสแข้งสุดสำคัญทัพราชัน

คาร์โล อันเชล็อตติ นายใหญ่ป้ายแดงของ เรอัล มาดริด

คาร์โล อันเชล็อตติ

คาร์โล อันเชล็อตติ นายใหญ่ป้ายแดงของ เรอัล มาดริด ออกมาพูดถึง เซร์คิโอ รามอส กองหลังตัวเก๋าว่าเป็นนักเตะที่มีความสำคัญกับสโมสรอย่างมาก

แข้งวัย 35 ปียังคงไม่ได้เซ็นสัญญาใหม่กับทีม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องเรื่องย้ายทีม ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าทาง “ราชันชุดขาว” ยื่นสัญญาเพิ่มให้อีกปีแต่ลดค่าเหนื่อยลงทำให้ตัวนักเตะปฏิเสธที่จะยอมเซ็น

ทาง อันเชล็อตติ ที่กลับมารับงานคุมทีมอีกครั้งแทนที่ ซีเดดีน ซีดาน ยกให้ รามอส คือแข้งคนสำคัญของทีม แต่ก็ไม่ได้รับปากว่าจะรั้งตัวให้อยู่กับทีมต่อไปได้

“ผมนึกภาพ เรอัล มาดริด ที่ไม่มี เซร์คิโอ รามอส ไม่ออกเลย แต่ผมก็นึกภาพไม่ออกว่าวันหนึ่งถ้าไม่มี คาร์โล อันเชล็อตติ!” อันเชล็อตติ กล่าว

“เป็นที่ชัดเจนว่า เซร์คิโอ รามอส เป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญอย่างมากและเป็นพื้นฐานความสำเร็จของสโมสรแห่งนี้ ผมรู้ว่ามีการพูดคุยถึงเรื่องการต่อสัญญา แต่ผมไม่รู็รายละเอียด ถ้าผมรู้ผมสามารถพูดได้มากกว่านี้”

สำหรับ รามอส เจอปัญหาบาดเจ็บรบกวนจนสุดท้าย หลุยส์ เอ็นรีเก้ เทรนเนอร์สเปนตัดชื่ออกจากทีมลุยศึกยูโร 2020 ไป