ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.08% หลังสหรัฐเผยเงินเฟ้อต่ำ

เงินนิวยอร์ก

เงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.08% หลังสหรัฐเผยเงินเฟ้อต่ำ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการที่สหรัฐเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ รวมทั้งการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.08% สู่ระดับ 90.3726 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8898 ฟรังก์ จากระดับ 0.8918 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2689 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2695 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 104.63 เยน จากระดับ 104.54 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2128 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2117 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3840 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3811 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7728 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7737 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. โดยดัชนี CPI ยังคงอยู่ในระดับต่ำในเดือนม.ค. เพราะถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้กระทบต่อตลาดแรงงานและภาคบริการ

ก่อนหน้านี้นักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ ขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในที่สุด จากการที่รัฐบาลสหรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการทางการคลังครั้งใหญ่ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน โดยคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไป

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. อย่างไรก็ดี ดัชนี CPI เดือนม.ค.นับว่ายังอยู่ในระดับต่ำ โดยถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้กระทบต่อตลาดแรงงานและภาคบริการ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากทรงตัวในเดือนพ.ย. ขณะเดียวกันข้อมูลของกระทรวงฯระบุว่า เจ้าของธุรกิจจะใช้เวลา 1.29 เดือนในการขายสินค้าจนหมดสต็อก ลดลงจากระดับ 1.31 เดือนในเดือนพ.ย.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ufa

ธนาคารกลางนิวยอร์ค กล่าวว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินจริงแล้ว

บทความหนึ่งจากทางธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาเมืองนิวยอร์คหรือ New York Fed ที่ถูกตีพิมพ์ลงนิตยสารด้านการเงิน Liberty Street Economics ได้มีการกล่าวถึง bitcoin ว่า ‘เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำหรับสกุลเงินจริงๆอีกหนึ่งสกุล’

โดยในบทความดังกล่าวนั้นใช้ชื่อว่า “Bitcoin is Not a New Type of Money” หรือแปลตรงตัวว่า bitcoin นั้นไม่ใช่เงินในรูปแบบใหม่ ถูกเขียนขึ้นมาโดยนักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์จาก Fed สาขานิวยอร์คนาย Michael Lee  และนักวิเคราะห์ด้านสถิตินาย Antoine Martin ได้มีการแสดงมุมมองของสกุลเงินในรูปแบบทั้ง 3 รูปแบบซึ่งก็คือ เฟียต, สินทรัพย์ที่มีสินทรัพย์อื่นมาค้ำไว้, และสินทรัพย์ที่อ้างว่ามีสินทรัพย์อื่นมาทำไว้

โดยทั้งนาย Lee และ Martin เงินเฟียตว่าเป็นสกุลเงินสดที่ไม่มีมูลล่าที่แท้จริงใดๆเลย แต่มันจะมีค่าขึ้นมาได้เนื่องจากความเชื่อของผู้คนว่าพวกเขาสามารถนำมันไปใช้จ่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการอื่นๆได้ เขาว่าจุดที่น่าสนใจก็คือพวกเขากล่าวว่าสกุลเงินเฟียตที่ออกโดยรัฐบาลนั้นไม่ได้เป็นเฟียตแบบ 100%  เนื่องจากว่ามันมีสถานะที่ถูกต้องทางกฎหมาย และในตอนหลังพวกเขาก็กล่าวว่าบิทคอยน์เป็นสกุลเงินเฟียตอีกด้วย ทั้งๆที่ทางหน่วยงาน CFTC ในประเทศสหรัฐฯ เคยออกมากล่าวว่ามันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์

ทว่าเขากล่าวว่าตัวเขานั้นเข้าใจความหมายของสกุลเงินเฟียตดี แต่เขาเพียงแค่มีการเล่นคำใหม่เพื่อให้มันสอดคล้องกับในบทความดังกล่าว

โดยหากลองดูในตำราจะพบว่าคำจำกัดความของสกุลเงินเฟียตนั้นหมายถึงสกุลเงินกระดาษที่ถูกออกโดยคำสั่งของรัฐบาล และไม่สามารถนำไปแลกเป็นสินทรัพย์ที่ไปค้ำประกันเงินดังกล่าวอยู่ได้

คำว่า fiat เป็นภาษาละติน ที่แปลว่า “โดยคำสั่ง” ซึ่งในที่นี้มันมีความหมายประมาณว่าเป็นสกุลเงินที่ถูกควบคุมและออกคำสั่งผ่านการบังคับ โดยนาย Carter กล่าวว่ามูลค่าของมันนั้นมาจากความรับผิดชอบทางด้านภาษีของประชาชนที่จะต้องเป็นผู้ถือสกุลเงินและใช้สกุลเงินดังกล่าว

ดังนั้นโดยสรุปก็คือบิทคอยน์อาจมีสถานะเป็นเงินเฟียตก็ได้หากเราเชื่อในสิ่งที่ธนาคารกลางบอกให้เราเชื่อ

ดอลลาร์สหรัฐ (อังกฤษ: United States dollar; ในเอกสารเก่าอาจพบการใช้ เหรียญสหรัฐ) เป็นสกุลเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังใช้เป็นสกุลเงินสำรองในหลายประเทศทั่วโลก[1] รหัสสากลคือ ISO 4217 ใช้ตัวย่อว่า USD และสัญลักษณ์ $ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 31.19 บาท (อัตราแลก-เปลี่ยน ณ วันที่ 13 ส.ค. 15:00 UTC)

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้หน่วยเงิน ดอลลาร์ เป็นสกุลเงินประจำชาติ และยังมีประเทศอื่นที่มีเงินดอลลาร์เช่นกัน แต่ใช้ชื่อเรียกอื่น เช่น ดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์ไต้หวัน นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นสกุลเงินหลักในหลายประเทศ[2] และในบางประเทศถึงแม้ว่าดอลลาร์สหรัฐไม่ใช่สกุลเงินหลัก แต่ยังมีการยอมรับในการใช้จ่ายสินค้าทั่วไป

ชื่อเล่นที่ชาวอเมริกันเรียก 1 เซนต์ ว่า “เพนนี” (penny), 5 เซนต์ ว่า “นิกเกิล” (nickel), 10 เซนต์ ว่า “ไดม์” (dime), 25 เซนต์ ว่า “ควอเตอร์” (quarter), 1 ดอลลาร์สหรัฐ ว่า “บั๊ก (ภาษาสแลง, ภาษาพูด)” (buck) และเรียก หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ว่า แกรนด์ (grand)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *