หมดยุคบาร์ซ่าแล้ว

ด้วยผลงานลุ่มๆดอนๆ

ด้วยผลงานลุ่มๆดอนๆ ความผิดพลาดในเกมสำคัญๆซึ่งรวมไปถึงเกมล่าสุด ทำให้แฟนๆหลายท่านออกมาบ่นทีมตัวเอง โดยมองว่า หมดยุคแล้ว แท้จริงมันเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ?

ด้วยผลงานลุ่มๆดอนๆ ความผิดพลาดในเกมสำคัญๆซึ่งรวมไปถึงเกมล่าสุด ทำให้แฟนๆหลายท่านออกมาบ่นทีมตัวเอง

อันนี้เข้าใจได้..เรื่องปกติธรรมดา ดูบอลเชียร์บอลก็ต้องมีอารมณ์ร่วม ยิ่งเป็นทีมที่ติดตาม เวลาเล่นไม่ได้อย่างใจก็ต้องวิจารณ์ บ่น ว่า 

การวิจารณ์เป็นสิทธิส่วนบุคคล ‘la gente tiene derecho a opinar como  quiera’ แต่ 2 วันมานี้เห็นบ่อยมากกับคำวิจารณ์ บาร์ซ่า ว่า ‘หมดยุค’ 

จริงๆ ใครจะคิดยังไงก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าคุณ (เจ้าของความคิด) เห็นว่ามันถูก แต่คำว่า ‘หมดยุค’ นั้น หากจะฟังอีกหนึ่งความคิดเห็นจากผม ผมก็ขอเรียนตามตรงว่า บาร์ซ่า ไม่ได้หมดยุคหรอกครับ !

ตามความเห็น คำว่า ‘หมดยุค’ นั้น ได้ถูกใช้ไปตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว โดยเฉพาะหลังเกมกับ บาเยิร์น มิวนิค

ผมคิดว่า บาร์ซ่า ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการสร้างทีม ทว่าแต่ของแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่ทำสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น

บางทีมอาจใช้เวลามากกว่า 1 ซีซั่น หรือยาวถึง 2 ซีซั่นด้วยซ้ำกว่าจะลงตัว โดยเฉพาะกับโครงสร้างหลักของ บาร์เซโลน่า ที่แทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเลยในห้วง 10 กว่าปีหลังมานี้

‘โครงสร้างหลัก’ ??

ครับ ผมกำลังพูดถึง ลิโอเนล เมสซี่ และระบบของ บาร์ซ่า

เมสซี่ คือโครงสร้างหลักของ บาร์เซโลน่า มายาวนาน จนยุคสมัยนึงคำว่า ‘messidependencia’ ถูกใช้ในการวิจารณ์ทีมในเชิงลบ

messidependencia (เมสซี่เดเปนเดนเสี่ย) หรือ ‘ภาวะพึ่งพาเมสซี่’ คือการเปรียบเทียบถึง บาร์เซโลน่า ที่พึ่งพา เมสซี่ เป็นส่วนใหญ่ จนประสบความสำเร็จ เมื่อปราศจาก เมสซี่ แล้ว ก็ไม่ใช่ทีมที่น่ากลัวครั่นคร้ามสำหรับคู่ต่อสู้

ความคิดนี้ หาใช่คำกล่าวลอยๆ 6 ปีก่อน ฟร้านซ์ เบคเค่นบาวเออร์ เคยออกมาพูดในทำนองนี้เช่นกันว่า “เมื่อไม่มี เมสซี่ , บาร์เซโลน่า ก็เป็นเหมือนทีมทั่วไป” ซึ่งแน่นอนว่า เบคเค่นบาวเออร์ โดนทัวร์ลง ที่กล้าดูถูกบาร์ซ่า ที่ถูกยกเป็นสุดยอดทีมในเวลานั้น

แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ ดูเหมือนว่าคำพูดของอดีตแชมป์โลกทั้งในฐานะนักเตะและกุนซือกับเยอรมันจะเป็นสิ่งที่แฟนบาร์ซ่าเถียงไม่ออกซะแล้ว

สำหรับ บาร์ซ่า แล้ว เมสซี่ คือตัวกำหนดทุกความเป็นไปในสนาม ยิ่งวันเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งมีอิทธิพลต่อความคิดของนักเตะในทีมมากขึ้นเรื่อยๆ

ในวันที่อยู่ในสนาม นักเตะจะเล่นด้วยความอุ่นใจ เชื่อมั่น และในวันที่เขาท็อปฟอร์ม สามารถบันดาลชัยชนะให้ทีมได้ไม่ยาก ซึ่งมันจะต่างออกไปอย่างสังเกตเห็นได้ชัดในวันที่เขาไม่ได้ลงเล่น

เมสซี่ คืออัจฉริยะที่ไม่มีใครเหมือน ด้วยฝีเท้าของเขา ทำให้ไม่ว่าเทรนเนอร์คนไหนจะเข้ามารับงาน ไม่มีทางปฏิเสธ เมสซี่ ได้ ทุกๆระบบการเล่น ทุกแท็คติก ล้วนแล้วแต่วางให้เอื้อต่อ เมสซี่

เรื่องนี้ไม่มีใครผิด เมสซี่ ก็ไม่ผิด เทรนเนอร์ก็ไม่ผิด เพราะนั่นคือสูตรสู่ความสำเร็จ หากแต่การคงอยู่ของ เมสซี่ เมื่อกินระยะเวลายาวนาน ย่อมทำให้ บาร์ซ่า ไม่สามารถฉีกหนีออกไปจากกรอบเดิมๆได้

เรื่องนี้เป็นที่วิจารณ์กันมานาน แฟนบอลจำนวนมากตั้งข้อสังเกตว่า บาร์เซโลน่า แย่แน่ ถ้าไม่มี เมสซี่

ครับ ถ้าเราท่านที่นั่งอยู่ที่บางกะปิ บางเขน ยังรู้ ประสาอะไรกับคนที่นั่น เพียงแต่ของแบบนี้ไม่ง่ายเลย และให้ตายเถอะโดยเฉพาะกับการหาตัวตายตัวแทนของนักเตะอย่าง เมสซี่

การจะหาตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของ เมสซี่ นั้น บางทีวันใดวันนึงหากโชคดี บาร์เซโลน่า อาจหานักเตะสักคนที่มีความใกล้เคียงกับ เมสซี่ ได้ (ย้ำว่าใกล้เคียง)

แต่เชื่อเถอะว่ามันยากเสียยิ่งกว่ายาก หรือถ้าโชคร้ายก็อาจต้องรอ 20-30 ปี ก็เป็นได้

ประเด็นเรื่องหาตัวแทนของ เมสซี่ เอาจริงๆ บาร์ซ่า ไม่ควรไปตั้งความหวังไว้มากนัก เหตุผลก็อย่างที่เอ่ยถึงไปบรรทัดข้างต้นนั่นแหละ อีกทั้งผมเองมองว่าถ้าบอร์ดบริหารของทีมมุ่งแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ก็เห็นจะผิดไป

ซึ่งโชคดีว่าสโมสรไม่ได้ทำแบบนั้น บาร์ซ่า พยายามที่จะพัฒนาและปรับเปลี่ยนในส่วนอื่นๆ

ด้วยผลงานลุ่มๆดอนๆ

หากจะยังมีความดีหลงเหลืออยู่ในตัวของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว อยู่บ้าง ก็เห็นจะการแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เข้ามาคุมทีม

คูมัน อาจไม่ใช่เทรนเนอร์ที่ผลงานดีเลิศ ล้มเหลวก็มีให้เห็น แต่สไตล์ของเขาเป็นเทรนเนอร์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์บาร์เซโลน่าในปัจจุบัน ที่พยายามยกระดับทีมและเตรียมความพร้อมในวันที่ เมสซี่ เกษียณ

คูมัน ให้โอกาสกับนักเตะอย่าง เปดรี,อาเราโอ,มินเกซ่า,ตรินเกา,ฟาติ (ก่อนเจ็บ) หรือแม้กระทั่งนักเตะที่กำลังโดนแฟนๆวิจารณ์อย่างหนักอย่าง โมริบา

สำหรับนักเตะอายุน้อยเหล่านี้ ไม่มีอะไรส่งผลดีต่อพวกเขามากไปกว่า ‘โอกาส’ อีกแล้ว และในทางคู่ขนานมันก็ส่งผลดีต่ออนาคตของ บาร์เซโลน่า ด้วย

เพราะมันคือการสร้างขุมกำลังหน้าใหม่ขึ้นมา เป็นการวางพื้นฐานใหม่เพื่อส่งต่อสู่อนาคตที่ไม่ยึดโยงกับคนใดคนนึง

แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย อ่อนประสบการณ์ บวกกับฝีเท้าที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายนักที่ผลงานของทีมชุดนี้จะขึ้นๆลงๆ

บางเกมเล่นดีมาก บางเกมเล่นแย่ เช่นเดียวกับนักเตะบางคนที่เพิ่งเข้ามา ก็จะมีช่วงที่เล่นดี บางช่วงก็ตกฮวบติดๆกันหลายเกม

ที่ถูกตำหนิมากที่สุด เห็นจะเป็นเกมกับ กรานาด้า นั่นก็ต้องทำใจครับ เพราะนักเตะหลายคนยังอยู่ในช่วงพัฒนา ยังขาดความเขี้ยว ความเด็ดขาด

ส่วนพวกตัวหลัก เวลานี้ก็กำลังต่อสู้กับสภาพร่างกาย วัยของตัวเองเพื่อที่จะคงระดับการเล่นเอาไว้ แต่มันก็ใช่ว่าจะทำได้ทุกเกม

เข้าใจว่าแฟนบาร์ซ่าหงุดหงิดที่ทีมพลาดโอกาสทองครั้งสำคัญนี้ แต่บทความนี้ก็พยายามที่จะอธิบายให้ทราบว่าทำไม บาร์ซ่า จึงเล่นออกมาในฟอร์มเช่นนี้

ทีมกำลังอยู่ในช่วงพลัดใบ ไม่ใช่หมดยุค ซึ่งก็ต้องอาศัยระยะเวลา แต่ถ้าจะคาดหวังถึงแชมป์ ลา ลีกา เลย หลังจากปีก่อนเพิ่งโดน บาเยิร์น มิวนิค สอยเละ 2-8 มา ก็คงจะต้องผิดหวังเป็นธรรมดาแหละ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *