CWT เตรียมลงทุนบริหารจัดการขยะ ในจ.นครสวรรค์ มูลค่าโครงการ 326 ลบ.

CWT เตรียมลงทุนบริหารจัดการขยะ ในจ.นครสวรรค์ มูลค่าโครงการ 326 ลบ.

บมจ.ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป (CWT) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา อนุมัติให้เข้าลงทุนในโครงการบริหารจัดการและการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนลงทุนโดยเอกชน เทศบาลนครสวรรค์ ที่มีมูลค่าโครงการ 325.80 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนผ่านบริษัท กรีน เพาเวอร์ 1 จำกัด (GP1) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัท มีสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 75.009% และเป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการ ตามหนังสือแจ้งลงนามในสัญญาลงวันที่ 22 ก.ค.63 ซึ่ง GP1 จะเข้าทำสัญญาให้สิทธิเอกชนในการดำเนินโครงการ และคาดว่าจะเริ่มเข้าดำเนินโครงการภายในเดือนส.ค.63 อ่านเพิ่มเติม

นิกเกอิเปิดลบ 113.49 จุด เหตุผลประกอบการอ่อนแอ

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 113.49 จุด เหตุผลประกอบการอ่อนแอ,เยนแข็งถ่วงตลาด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังกับการเปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่น และเงินเยนที่แข็งค่ากดดันหุ้นกลุ่มส่งออก

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ 22,543.89 จุด ลดลง 113.49 จุด หรือ -0.50%

หุ้นลบเช้านี้นำโดยกลุ่มขนส่งทางอากาศ, กลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อ่านเพิ่มเติม

โบรกแห่ลดเป้า‘กำไรบจ.’ บล.ทิสโก้ หั่น ‘อีพีเอส’ เหลือ 61.1 บาท/หุ้น

โบรกเกอร์ แห่ลดคาดการณ์ “กำไรบจ.” ล่าสุด “ทิสโก้” ปรับ “อีพีเอส” เหลือ 61.1 บาทต่อหุ้น ทำสถิติต่ำสุดรอบ 10 ปี พร้อมปรับลดกำไร บจ. งวดไตรมาส 2 ปี 63 ลงกว่า 40%  พิษโควิด-ล็อกดาวน์ทุบเศรษฐกิจหนัก ด้าน บล.ทรีนีตี้  ฟันธงไตรมาส 2 จุดต่ำสุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.) งวดครึ่งแรกปี 2563 ที่เตรียมประกาศออกมาส่วนใหญ่ยังไม่ดีนัก ทำให้ฝ่ายวิจัย บล.ทิสโก้ ปรับลดอัตรากำไรต่อหุ้น(EPS)ของตลาดหุ้นไทยปีนี้ลงเหลือระดับ 61.1 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่มีการปรับในช่วงเดือนพ.ค.ที่อยู่ระดับ 67 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี หลังจาก EPS เคยทำระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 53.4 บาทต่อหุ้นในช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์

ทั้งนี้ประเมินว่าการทยอยประกาศงบของบจ. ในงวดไตรมาส 2 ปี 2563 คาดว่าจะเป็นช่วงต่ำสุดของปีนี้ โดยคาดว่ากำไรสุทธิของบจ.โดยรวมจะปรับตัวลดลงกว่า 40% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจเป็นวงกว้าง

จากการรวบรวมประมาณการผลดำเนินงานของตลาดโดยรวม สำหรับหุ้นที่อยู่ในกลุ่มดัชนี SET50 เบื้องต้นจำนวน 43 บริษัทจากทั้งหมด 50 บริษัท ซึ่งโดยปกติจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70-75% ของกำไรตลาดโดยรวม คาดว่าจะมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 9.33 หมื่นล้านบาท หรือลดลงกว่า 39% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่อาจปรับตัวดีขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส1/2563 ซึ่งการลดลงรุนแรงจากช่วงเดียวกันปีก่อนเป็นผลมาจากการหดตัวของภาวะเศรษฐกิจจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์และการปิดประเทศที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นในเกือบทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ท่าอากาศยาน,สายการบิน,โรงแรม,ขนส่งมวลชน และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม

KKP โบรกฯ คาดปีนี้ปันผลที่ 4 บาท/หุ้น ,  กำไร Q3 ฟื้นตัว

KKP โบรกฯ คาดปีนี้ปันผลที่ 4 บาท/หุ้น ,  กำไร Q3 ฟื้นตัว

บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมอง Neutral ต่อหุ้นธนาคารเกียรตินาคิน หรือ  KKP หลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์  เพราะแนวโน้มขาดทุนรถยึดที่เพิ่มขึ้นในครึ่งหลังปีนี้ สะท้อนไปยังที่ผู้บริหาร KKP ได้ปรับ Guidance credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 205 bps จากเดิมที่ 140 bpsซึ่งไม่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงประมาณการกำไรปี 2563 ของ KKP ที่ 5.5 พันล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน และยังคงราคาเป้าหมายถึงกลางปี 2564 อยู่ที่ 46.50 บาท โดยยังแนะนำซื้อเก็งกำไร ต่อประมาณการปันผลที่ 4.0 บาทต่อหุ้นสำหรับผลประกอบการปี 2563  อ่านเพิ่มเติม

SCC ประกาศงบพรุ่งนี้ โบรกฯคาดกำไร Q2ราว 8.6-9.2 พันลบ.

SCC ประกาศงบพรุ่งนี้ โบรกฯคาดกำไร Q2ราว 8.6-9.2 พันลบ., มี Upside นำ SCGP เข้าตลท.

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC จะประกาศงบการเงินในงวดไตรมาส 2/63 ในวันพรุ่งนี้ โบรกเกอร์คาดจะมีกำไรอยู่ที่  8.6-9.2 พันล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน และจากไตรมาสแรก โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจเคมิคอลส์ ขณะเดียวกันยังมี Upside จากการนำ SCGP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทำธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) แนะนำซื้อหุ้น SCC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 400 บาทต่อหุ้น คาดกำไรไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 9,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปีนี้   แรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจเคมิคอลส์  สเปรดที่ดีขึ้น และปริมาณขายที่คาดจะสูงขึ้น 475,000 ตัน เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสแรก เนื่องจากความต้องการที่ยังดี จีนกลับมาสั่งซื้อมากขึ้น

และ บวกเพิ่มจากสต็อกที่สะสมไว้ในไตรมาสแรกปีนี้  เพื่อเตรียมไว้รองรับตอนปิดซ่อมบำรุงแต่เลื่อนไปไตรมาส 4/63 แต่จะถูกฉุดด้วยขาดทุนในสต็อกเล็กน้อยประมาณ 600 ล้านบาท  รวมแล้วเราคาดกำไรธุรกิจเคมิคัอลส์ 4,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139% จากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  ด้านเงินปันผลจากค่ายรถยนต์ และ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในรถเทรกเตอร์ คาดจะทรุดลง 20-30% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ธุรกิจปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง  การแพร่ระบาดของโควิด-19  กระทบภาคการก่อสร้างภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย  และ พาณิชย์  แต่การก่อสร้างภาครัฐบาลจะเติบโต หลังงบประมาณปี 2563 ผ่าน  และ เดือน เม.ย. ปีนี้ไม่ได้หยุดยาว เช่นปีก่อน ทำให้รวมแล้วความต้องการปูนซีเมนต์ไตรมาส 2/63  จะทรงตัวได้  ในขณะที่ความสามารถทำกำไรยังทำได้ดี จาก SCC ขายสินค้าพร้อมบริการ บวกด้วยโซลูซั่น  มีเครือข่ายเอเย่นต์ที่แข็งแกร่ง ในขณะที่โมเดิร์นเทรดอื่นปิดสาขาชั่วคราวช่วงโควิด-19  ระบาด

ธุรกิจแพคเกจจิ้ง คาดจะเติบโตได้บ้าง  จากความต้องการผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบริโภคที่เติบโตได้ดีในช่วงที่โควิด-19  ระบาด  แม้ว่าผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์สินค้าคงทนจะหดตัว  โดยความสามารถทำกำไรยังอยู่ในเกณฑ์ดี จากแหล่งวัตถุดิบเศษกระดาษในประเทศต้นทุนต่ำ มีเครือข่ายรับซื้อเศษกระดาษทั่วอาเซียน  ให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจร อ่านเพิ่มเติม

 

ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.82% วิตกโควิดกระทบศก.

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.82% วิตกโควิดกระทบศก. – จับตาประชุมเฟด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.82% สู่ระดับ 93.6738

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.38 เยน จากระดับ 106.01 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9203 ฟรังก์ จากระดับ 0.9222 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3360 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3422 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1749 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1635 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2870 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2788 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7141 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7094 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐเป็นไปอย่างล่าช้า โดยข้อมูลล่าสุดจาก Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 4,370,000 ราย เสียชีวิตเกือบ 150,000 ราย อ่านเพิ่มเติม

ราคาทองคำทะยานทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทองในประเทศเพิ่ม 300 บาท

ราคาทองคำทะยานทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทองในประเทศเพิ่ม 300 บาท

ราคาทองคำในตลาดโลกทะยานสูงสุดเท่าที่มีการบันทึก จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ช่วยหนุนราคาเพิ่มขึ้น ทองในประเทศขยับ 300 บาท

ราคาทองคำในตลาดเอเชียทะยานต่อเนื่องจากสถิติสูงสุดรอบ 9 ปี โดยราคาในเช้านี้ ราคาทองคำตลาดสปอต เพิ่มขึ้น 23.39 ดอลลาร์ หรือ 1.23% อยู่ที่ 1,924.34 ดอลลาร์/อออนซ์

ขณะที่สัญญาซื้อขายราคาทองคำล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 7.60 ดอลลาร์ หรือ 0.40% อยู่ที่ 1,904.90 ดอลลาร์/ออนซ์

นักวิเคราะห์กล่าวว่านักลงทุนซื้อเก็งกำไรก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบานการเงินสหรัฐ(เฟด) กังวลแนวโน้มเศรษฐกิจจะย่ำแย่ลงอีก ทำให้หันมาซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย และ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์อ่อน  อ่านเพิ่มเติม

“ช้อปไลน์”ผุดไอเดีย ช่วยผู้ประกอบการฮ่องกงสร้างธุรกิจออนไลน์ท่ามกลางโควิด

“ช้อปไลน์”ผุดไอเดีย ช่วยผู้ประกอบการฮ่องกงสร้างธุรกิจออนไลน์ท่ามกลางโควิด

การระบาดของโคโรนาไวรัสกลับกลายเป็นโอกาสช่วยทำให้เกิดธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็กนับพันรายในฮ่องกงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคหันมาช้อปปิ้งออนไลน์มากยิ่งขึ้นในช่วงที่ต้องอยู่บ้าน

บริษัทช้อปไลน์ สตาร์ทอัพ ซึ่งถือหุ้นโดยอาลีบาบา และเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ประกอบการค้าขายสามารถสร้างร้านออนไลน์ของตัวเองได้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย ปัจจุบันช้อปไลน์มีอายุครบ 7 ปี และได้ให้บริการผู้ประกอบการกว่า 2 แสนราย โดยเฉพาะในฮ่องกงและไต้หวันให้มีโอกาสตั้งต้นกิจการใหม่

หนึ่งในห้าของกิจการที่ใช้บริการของช้อปไลน์มีกลยุทธ์ที่จะมีหน้าร้านควบคู่กันไปกับแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยร้านอาจเป็นลักษณะของป๊อบอัพสโตร์ การอาศัยช่องทางการตลาดทุกรูปแบบเป็นการใช้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ในการติดต่อกับลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดขายและพัฒนาการบริการ เนื่องจากการทดลองใช้หรือการมีประสบการณ์กับสินค้าบางประเภทยังถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ กลยุทธ์การใช้ช่องทางควบคู่กันมีความสำคัญสำหรับผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่ต้องการแยกตัวเองออกมาให้มีความโดดเด่นในตลาด และจะกลายเป็นแนวทางหลักของธุรกิจในอนาคต อ่านเพิ่มเติม

ยามาฮ่า สวนกระแสโควิดกวาดยอดจอง 1,387 คัน ในงานมอเตอร์โชว์ 2020

ยามาฮ่า สวนกระแสโควิดกวาดยอดจอง 1,387 คัน ในงานมอเตอร์โชว์ 2020

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง และพนักงาน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด รวมทั้งร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ร่วมฉลองยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41 ที่มียอดของจำนวน 1,387 คัน โดยในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ยามาฮ่า ได้เปิดตัว All New WR155R ที่ทำยอดทะลุ 100 คันแรกอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวเพียง 6 นาที และทำยอดจำหน่ายทะลุ 700 คัน จากการเปิดจองผ่านช่องทางออนไลน์ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดลบ 182.44 จุด วิตกสหรัฐ-จีนตึงเครียดและกังวลโควิด-19

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 182.44 จุด วิตกสหรัฐ-จีนตึงเครียด , ยอดโควิดพุ่งไม่หยุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (24 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาจากความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างสหรัฐ-จีน, จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการที่บริษัทจดทะเบียนของสหรัฐเปิดเผยผลประกอบการออกมาแย่กว่าคาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,469.89 จุด ลดลง 182.44 จุด หรือ -0.68%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,215.63 จุด ลดลง 20.03 จุด หรือ -0.62% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,363.18 จุด ลดลง 98.44 จุด หรือ -0.94%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 0.8%, ดัชนี S&P500 ลบ 0.3% และดัชนี Nasdaq ร่วงลง 1.3%

ตลาดถูกกดดันจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากจีนสั่งให้สหรัฐปิดสถานกงสุลในเมืองเฉิงตู เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐที่พุ่งขึ้นทะลุ 4 ล้านรายแล้ว และมีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่า 1,000 คนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว

Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 4,244,605 ราย และมีผู้เสียชีวิต 148,387 ราย อ่านเพิ่มเติม