ThaiBMA วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 87,904 ล้านบาท

ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทย : ThaiBMA วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 87,904 ล้านบาท

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 87,904 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 14,400 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทจดทะเบียนในประเทศ ซื้อสุทธิ 7,542 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 2,954 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 0.94% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน +0.04%

ภาพรวมของตลาดในวันนี้

Yield Curve ปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากจากวันก่อนหน้า โดยเฉพาะในตราสารระยะยาว ประมาณ 2-9 bps. ตามการปรับตัวขึ้น ของ US Treasury ภายหลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟด ที่เมืองแจ็กสัน โฮล ซึ่งประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินโดยกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ ซึ่งจะเปิดทางให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 2,954 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET SELL 2,954 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ด้านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มี NET SELL ของ นักลงทุนต่างชาติ 3,816 ล้านบาท สำหรับ Holding ของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นสัปดาห์นี้ปรับลดลง 1,666 ล้านบาท จาก 825,524 ล้านบาท ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 823,858 ล้านบาท อ่านเพิ่มเติม

หุ้นไทยปิดลบ 3.50 จุด ขายล็อกกำไรจากหลายปัจจัยไม่แน่นอน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : ปิดลบ 3.50 จุด ขายล็อกกำไรจากหลายปัจจัยไม่แน่นอน/สัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,323.31 จุด ลดลง 3.50 จุด (-0.26%) มูลค่าการซื้อขาย 54,673.10 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,337.61 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,319.45 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 568 หลักทรัพย์ ลดลง 876 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 492 หลักทรัพย์

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวขึ้นไปตอบรับถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปล่อยอัตราเงินเฟ้อยืดหยุ่นขึ้น ทำให้เห็นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวต่ำอีกนาน เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยที่ไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนก็เลือกขายล็อกกำไรไว้ก่อน ส่งผลให้ตลาดภาคบ่ายปรับตัวลงมาอยู่ในแดนลบ

ทั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเล็กน้อย ส่วนตลาดในยุโรปเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบไม่มาก แต่อิงไปในทางลบมากกว่า ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็ลดช่วงบวกลงมาเหลือ 100 กว่าจุด จากช่วงเช้าบวกไป 200 จุด ขณะที่ตลาดบ้านเราก็มีปัจจัยการเมืองในประเทศกดดันอยู่ด้วย ทำให้นักลงทุนเลือกขายทำกำไรออกมาก่อน

อย่างไรก็ดี สัปดาห์หน้าให้ติดตามการทยอยประกาศตัวเลข PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการทั่วโลก และติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ค.63 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะแถลงในวันที่ 31 ส.ค.นี้ อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นตายตัวที่ 2% ตามภูมิภาคหลังเฟดปรับนโยบายการเงิน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นตายตัวที่ 2% ตามภูมิภาคหลังเฟดปรับนโยบายการเงินครั้งสำคัญ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะขยับขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนบวก ขานรับถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ โดยเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิม โดยเงินเฟ้อสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% แทนที่จะกำหนดเป้าหมายตายตัวที่ 2% และตรึงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำไปจนถึงปี 2565 ทำให้เป็นบวกต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะ Emerging Market

แต่การปรับขึ้นของตลาดฯอาจจำกัด เนื่องจาก Valualtion ที่ไม่ถูก และนักลงทุนต่างชาติขายต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจัยการเมืองในประเทศอาจจะร้อนแรงขึ้นในเดือนหน้า (ก.ย.) อ่านเพิ่มเติม

เงินบาทเปิด 31.25/27 ต่อดอลล์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากเย็นวานนี้

เงินบาทเปิด 31.25/27 ต่อดอลล์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากเย็นวานนี้

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 31.25/27 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.23 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยจากเย็นวาน หลังจากที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินที่สำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงแนวทางกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

“ปัจจัยอื่นวันนี้ คงไม่มีอะไรสำคัญมากแล้ว เงินบาทคงเคลื่อนไหวในกรอบ เพราะตลาดรับรู้ประเด็นการกล่าวสุนทรพจน์จากประธานเฟดที่เพิ่งออกมาเมื่อคืนนี้แล้ว” นักบริหารเงินระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.20-31.30 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 106.76/79 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 105.99 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1828/1832 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1822 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 31.2590 บาท/ดอลลาร์
  • สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เตรียมขยายเวลาเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับปีภาษี 2563 หลังจากเจ้าของที่ดินบางรายไม่ได้รับใบประเมินภาษี ยืนยันไม่ต้องเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง สั่งขยายกำหนดเวลาชำระภาษีออกไปแล้วจากเดิมสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2563
  • “สุริยะ” ดันแผนศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งเป้าปี 2573 ผลิตให้ได้ 30% ของจำนวนผลิตทั้งหมด เตรียมหารือ “คลัง” หนุนรถเก่าแลกลดภาษีไม่เกิน 1 แสน “บีโอไอ” เตรียมหารือเพิ่มมาตรการส่งเสริมการลงทุน กฟภ.ตั้งเป้าปี 65 สร้างปั๊มชาร์จ 137 แห่ง ทั่วประเทศ กฟน.เล็งทดสอบ ใช้รถอีวีในสำนักงาน เชื่ออัตราค่าไฟหนุนใช้รถอีวี
  • ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยุโรปขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเตือนว่า ยุโรปกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่สำคัญในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดการประชุมประจำปีที่เมืองแจ็กสัน โฮลเมื่อวานนี้ ในหัวข้อ “Navigating the Decade Ahead: Implications for Monetary Policy” โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ โดยเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจสหรัฐ การประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในวันนี้ ส่งผลให้เฟดมีแนวโน้มน้อยลงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่ออัตราว่างงานลดลง ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อไม่ได้ดีดตัวขึ้น อ่านเพิ่มเติม

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 3.82 จุด นลท.เทขายทำกำไรหลังตลาดดีดตัวขึ้น

ภาวะตลาดหุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 3.82 จุด นลท.เทขายทำกำไรหลังตลาดดีดตัวขึ้น

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังตลาดดีดตัวขึ้นเมื่อวานนี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,346.29 จุด ลดลง 3.82 จุด หรือ 0.11% อ่านเพิ่มเติม

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.8891 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.8891 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.0012 แตะที่ระดับ 6.8891 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน อ่านเพิ่มเติม

นิกเกอิปิดเช้าบวก 83.94 จุด รับความหวังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิปิดเช้าบวก 83.94 จุด รับความหวังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่นักลงทุนรอการแถลงข่าวของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในวันนี้เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องสุขภาพของเขา

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 23,292.80 จุด เพิ่มขึ้น 83.94 จุด หรือ +0.36% อ่านเพิ่มเติม

ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.01% นักลงทุนจับตาถ้อยแลง”พาวเวล”

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.01% นักลงทุนจับตาถ้อยแลง”พาวเวล”

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันนี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.01% แตะที่ 93.0048 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.01 เยน จากระดับ 106.32 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3153 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3183 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.9086 ฟรังก์ จากระดับ 0.9077 ฟรังก์

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1815 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1835 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3190 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3146 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7226 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7195 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันนี้ เวลา 09.10 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 20.10 น.ตามเวลาไทย อ่านเพิ่มเติม

นิกเกอิปรับตัวลงเช้านี้ 0.15% เหตุเยนแข็งถ่วงหุ้นส่งออก

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิปรับตัวลงเช้านี้ 0.15% เหตุเยนแข็งถ่วงหุ้นส่งออก

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลงเล็กน้อยหลังเปิดตลาด 15 นาที โดยดัชนีนิกเกอิลดลง 33.93 จุดหรือ 0.15% สู่ระดับ 23,256.93 เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ถ่วงหุ้นกลุ่มส่งออก

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในช่วงเปิดตลาด ดัชนีนิกเกอิอยู่ที่ระดับ 23,311.04 จุด เพิ่มขึ้น 20.18 จุด หรือ +0.09% อ่านเพิ่มเติม

“สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์” คาดครึ่งปีหลังโตแรงทำนิวไฮใหม่ หลังบุ๊คงบเออีซีฯ

“สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์” คาดครึ่งปีหลังโตแรงทำนิวไฮใหม่ หลังบุ๊คงบเออีซีฯ – ดัน Backlog แตะ 5 พันล้านบาทในสิ้นปีนี้

กลุ่ม STI ประเมินครึ่งปีหลังผลประกอบการยังร้อนแรงต่อเนื่อง หลังไตรมาส 2/63 ที่ผ่านมากำไรทุบนิวไฮ พุ่ง 85.7% อยู่ที่ 41.6 ล้านบาท รายได้โต 133.5% อยู่ที่ 401.9 ล้านบาท คาดสิ้นปี Backlog ใกล้แตะ 5,000 ล้านบาท วางเป้ารายได้ปี 63 ทะยานโตเท่าตัว สูงกว่าเป้าหมาย รับปัจจัยบวกจากการควบรวม AEC สำเร็จ และความสามารถในการคุมงามดีเยี่ยม โดยเตรียมประกาศข่าวดีได้รับงานใหม่เพิ่มเติมเร็วๆ นี้

นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ผู้นำกลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร เปิดเผยถึง ภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีหลังนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก รับแผนการเข้าลงทุนในบริษัท เอเชียน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด (AEC) แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2563 เป็นต้นมา เพิ่มความแข็งแกร่งให้ STI มีการรับรู้รายได้และกำไรเข้ามาเต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ ในงบการรวมไตรมาส 2/2563 รับรู้รายได้ของ AEC เข้ามาเพียงแค่ 2 เดือน และสามารถบันทึกสถิติกำไรรายไตรมาสสูงสุดใหม่ของบริษัทฯ สะท้อนแผนการต่อยอดธุรกิจได้ตามกลยุทธ์ที่วางไว้

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งงานภาครัฐบาลและเอกชน โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ AEC จะเป็นโอกาสในการต่อยอดงานในมือ (Backlog) และการรับรู้รายได้ที่มั่นคงระยะยาวมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน กลุ่ม STI มี Backlog รวมกว่า 4,605 ล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 4-5 ปีจากนี้ และปัจจุบันอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญางานใหม่เพิ่มเติมอีกประมาณ 6-7 โครงการ คาดส่งผลให้ปลายปี 2563 สนับสนุน Backlog ขึ้นไปแตะระดับ 5,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเท่าตัวจากปีก่อน อ่านเพิ่มเติม