Dollar strengthens over coronavirus concerns

New York money market: Dollar strengthens over coronavirus concerns

The US dollar appreciates against all major currencies. In a trade at the New York Exchange last night (Oct. 28) as investors flock to the dollar as a safe haven. Amid concerns about the coronavirus outbreak in the US and Europe , including uncertainty about the issuance Stimulus dollar index , a measure of the movement of the dollar versus six major currencies, currencies in the basket of currencies rose 0.50% to 93.4036 level.

The US dollar was stronger against the Swiss franc at 0.9100 franc from 0.9076 francs and strengthened against the Canadian dollar 1.3296 from Canadian dollar 1.3165. But compared to the yen The dollar fell to 104.33 yen from 104.48 yen.

The euro fell against the dollar at $ 1.1752 from $ 1.1810, while the pound fell to $ 1.2991 from $ 1.3055, and the Australian dollar fell to $ 0.7059 from $ 0.7132.

Investors are buying dollars as a safe haven. Amid concerns about the economic impact of the COVID-19 outbreak By the situation in the United States. The latest Worldometer data shows that the United States currently has 9,039,170 COVID-19 cases and 232,101 deaths, the world’s highest number of cases in terms of both the number of COVID-19 and the deaths.

The German and French governments have announced that they have raised the bar to prevent the spread of COVID-19. After finding that the death rate from COVID-19 Across Europe rose nearly 40% in a week, with the World Health Organization (WHO) saying the number of people infected with COVID-19 There were more than 1.3 million new European cases in the past seven days, accounting for nearly half of the 2.9 million worldwide. And more than 11,700 deaths, a 37% increase from the previous week.

Investors are also concerned about delays in the new round of stimulus in the US. Recently, President Donald Trump has admitted himself. The United States may not be able to release stimulus measures ahead of the Nov. 3 presidential election, as the White House failed to coordinate differing opinions with Republicans in the Senate. And Democrats in Congress

Investors keep an eye on the US economic data released this week, including weekly jobless claims, Q3 / 2020 gross domestic product (GDP) (preliminary estimates), pending home sales contracts. (pending home sales) September, the September personal consumption price index (PCE) and the October consumer confidence index.

บัตรเครดิตทีเอ็มบีและธนชาต มอบส่วนลดห้องพัก 30% เมื่อเข้าพักโรงแรม Novotel Hua Hin

บัตรเครดิตทีเอ็มบีและธนชาต มอบส่วนลดห้องพัก 30% เมื่อเข้าพักโรงแรม Novotel Hua Hin เริ่มต้นเพียง 1,999 บาท

บัตรเครดิตทีเอ็มบีและบัตรเครดิตธนชาต มอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าในการเข้าพักโรงแรมโนโวเทล หัวหิน (Novotel Hua Hin) ด้วยส่วนลดห้องพัก 30% เริ่มต้นเพียง 1,999 บาท สำหรับการเข้าพักวันอาทิตย์ – พฤหัสบดี และพิเศษยิ่งขึ้นสำหรับวันสุดสัปดาห์ รับส่วนลด 50% บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล ตั้งแต่วันนี้ ? 17 ธันวาคม 2563 โดยลูกค้าบัตรเครดิตที่สนใจสามารถแจ้งรหัสส่วนลด NOVOTMB เมื่อทำการจองโรงแรม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Contact Center โทร. 1558 สำหรับบัตรเครดิตทีเอ็มบี และ โทร. 1770 สำหรับบัตรเครดิตธนชาต

 

กลุ่มกองทุนธุรกิจชั้นนำจัดสรรทุนกว่า 3.7 พันล้านบาทแก่กองทุนไนน์ เบซิล

กลุ่มกองทุนธุรกิจชั้นนำจัดสรรทุนกว่า 3.7 พันล้านบาทเพื่อลงทุนในธุรกิจไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แก่กองทุนไนน์ เบซิล

บลูพริ้นต์ ฟอเรสต์ ตั้งกองทุนไนน์ เบซิลเพื่ออัดฉีดการลงทุนให้กับธุรกิจในไทยและ SEA ต้านผลกระทบจากภาวะโควิด-19

กลุ่มบลูพริ้นต์ ฟอเรสต์ (Blueprint Forest: BPF) ธุรกิจบริหารจัดการเงินลงทุนของธุรกิจ Multi-family office ชั้นนำ เผยถึงความร่วมมือจัดตั้ง กองทุน ไนน์ เบซิล(9 Basil) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดสรรการลงทุนในธุรกิจในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกองทุนไนน์ เบซิลได้รับการสนับสนุนจากนักธุรกิจชั้นนำของเอเชียมากมายโดยเงินทุนดังกล่าวจะนำไปลงทุนในธุรกิจบริการด้านการเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจการจัดการและกระจายสินค้า และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์

นายชวิณ เจียรวนนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหารกลุ่มบลูพริ้นต์ ฟอเรสต์ และกองทุนไนน์ เบซิล กล่าวถึงการจัดตั้งกองทุน ไนน์ เบซิลครั้งนี้ว่า “เราวางแผนให้กองทุน ไนน์ เบซิล เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ให้กับธุรกิจต่างๆ เพื่อช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจที่โดดเด่นและมีศักยภาพในตลาดนั้นๆ เรามองหาธุรกิจที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของตลาด ให้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อการลงทุน (ROIC) สูง มีโครงสร้างการลงทุนที่เพิ่มมูลค่าในระยะยาว โดยจะให้น้ำหนักการลงทุนกับธุรกิจในประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ”

จากการจัดตั้งกองทุนไนน์ เบซิลทำให้พอร์ตโฟลิโอการลงทุนทั้งหมดของกลุ่มบลูพริ้นท์ ฟอเรสต์มีทั้งหมด 4 กองทุน ซึ่งรวมถึง ลอสเลสแคปปิตอล (Lossless Capital) โอเพนฟอเรสต์ (Open Forest) และบลูพริ้นต์ ฟอเรสต์ (Blueprint Forest) ซึ่งเพิ่มมูลค่ารวมของสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารทั้งหมดมากขึ้น 1.5 หมื่นล้านบาทนับตั้งแต่ปี 2562

ด้าน ดร. กฤษณ์ พานิชพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหาร กองทุนไนน์ เบซิล กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของกองทุนนี้ก็คือกระบวนการวิจัย อะไรคือสิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจ เราก็จะศึกษาให้ถึง แก่นของธุรกิจนั้นๆ ซึ่งถือว่าเป็นการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจอีกอย่างหนึ่ง เราสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดและปฏิบัติให้เห็นผลได้จริง และจะดำเนินการเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม การลงทุนของเราไม่ได้เป็นไปตามทฤษฎี แต่เป็นจากมุมมองและประสบการณ์ของธุรกิจที่เราดำเนินอยู่ในสังคมธุรกิจนั้นๆ”

บลูพริ้นต์ ฟอเรสต์ บริหารจัดการกองทุนให้กับครอบครัวกลุ่มธุรกิจชั้นนำกว่า 25 กลุ่มใน 9 ประเทศ และภายใน 5 ปีข้างหน้า บลูพริ้นต์ ฟอเรสต์ ตั้งเป้าที่จะลงทุนต่อปีในอีก 2-3 ธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีคุณภาพ และจากการตั้งกองทุน Private Equity กองแรกของไนน์ เบซิลนี้ ยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาที่ส่วนหนึ่งมาจากผู้ลงทุน (Limited Partner) ในกองทุน รวมถึง
– เพชร โอสถานุเคราะห์ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
– ปริญญ์ จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัล
– ขจร เจียรวนนท์ 2W กรุ๊ป
– แกเบรียล ซิงซัน จูเนียร์ Oakdrive Venture
– เคโกะ ทาชิโร Daiwa Securities Group Inc
– คริสเตียน เจสัน ชาน กลุ่ม Harmony Assets Developments
– ลิม ไค เจีย กลุ่ม K-ix
– รมณี บุญดีเจริญ อดีตผู้บริหาร บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน)

กองทุน ไนน์ เบซิลได้ลงทุนในบริษัทชั้นนำของไทยมาแล้วจำนวนหนึ่ง อาทิ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจบริการสินเชื่อทะเบียนรถทุกชนิด และเป็นโบรกเกอร์ประกันวินาศภัยที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย และบริษัทบริหารสินทรัพย์ อัลฟา แคปปิตอล จำกัด

นายชวิณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ธุรกิจที่เราให้ความสนใจ ณ ตอนนี้คือ ธุรกิจบริการด้านการเงิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่ง ‘เงินติดล้อ? เป็นตัวอย่างที่ดีของธุรกิจที่เราให้ความสนใจไปลงทุน ภายนอกนั้นดูเหมือนว่าเงินติดล้อก็ไม่แตกต่างจากธุรกิจปล่อยสินเชื่อที่เปิดสาขาอยู่ทั่วประเทศ แต่จริงๆ แล้วทีมผู้บริหารของเงินติดล้อนั้นได้สร้างแพลตฟอร์มการปล่อยสินเชื่อโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งมีการใช้ดาต้าเข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสได้ เรามองหาธุรกิจที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำของตลาดดังเช่น เงินติดล้อ ที่ไม่เพียงแค่จะสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล แต่ยังสามารถเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำของตลาดนั้นๆ ได้อีกด้วย”

“เรามุ่งหวังที่จะช่วยเปิดตลาดใหม่ๆ และส่งเสริมให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างธุรกิจต่างๆ ที่เราไปร่วมลงทุน เพื่อช่วยผลักดันให้ธุรกิจนั้นเติบโตไปได้อีกขั้น ซึ่งจุดแข็งของเราคือการเปิดประตูสู่เครือข่ายธุรกิจต่างๆ ในเอเชียให้เชื่อมโยงกัน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในมิติต่างๆ ถือได้ว่า ไนน์ เบซิลคือพลังของกลุ่มลงทุนรุ่นใหม่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

นายชวิณ เจียรวนนท์ และดร. กฤษณ์ พานิชพันธ์ มุ่งมั่นที่จะนำประสบการณ์และความรู้ในด้านธุรกิจและการลงทุน รวมถึงคอนเนคชั่นทางธุรกิจของกลุ่มครอบครัวมาช่วยผลักดันให้ธุรกิจที่ไนน์ เบซิลเข้าไปลงทุนให้เติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ถึงแม้ว่าธุรกิจต่างๆ ล้วนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยนายชวินนั้นเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหารของบลูพริ้นท์ ฟอเรสต์ และ 2W กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจของครอบครัว และเขายังดำรงตำแหน่งเป็นบอร์ดบริหารของหลากหลายบริษัท หนึ่งในนั้นคือ ?เงินติดล้อ? ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ ไนน์ เบซิลลงทุนอยู่ ส่วน ดร. กฤษณ์ นั้นถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและยังเป็น Chartered Financial Analyst ที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคนี้ รวมทั้งยังมากด้วยประสบการณ์ในการเป็นทนายความองค์กร และวาณิชธนากร

EFORL คาดธุรกิจ H2/63 ฟื้นเร่งส่งมอบเครื่องมือแพทย์-เพิ่มช่องทางขาย

EFORL คาดธุรกิจ H2/63 ฟื้นเร่งส่งมอบเครื่องมือแพทย์-เพิ่มช่องทางขาย

นายปรีชา นันท์นฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 63 น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากเตรียมส่งมอบเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาล มีมูลค่ารวมมากกว่า 450 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4/63 และได้รับคำสั่งซื้ออุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ สำหรับป้องกันหรือจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประเภทเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมอนิเตอร์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้เพิ่มขึ้น

ล่าสุด EFORL ได้มีการร่วมมือในการดำเนินการจำหน่ายเครื่องมือแพทย์กับบริษัท บี.บราวน์ (ประเทศไทย) จำกัด ลุยจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องมือแพทย์โรคไต ซึ่งจะสามารถขยายช่องทางด้านธุรกิจเครื่องมือแพทย์ได้อีก และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเพิ่มยอดขายจากปัจจุบัน

อนึ่ง ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ EFORL ที่นำเสนอต่อลูกค้า ได้แก่ 1. โปรแกรมระบบการดู ส่งต่อและเก็บข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG Data Management System) ร่วมกับระบบเวชระเบียนของโรงพยาบาล แบบอัตโนมัติ 2. ระบบอิเล็กทรอนิกส์เวชระเบียนงานระงับความรู้สึก (Anesthesia Data Management System) 3. ระบบบันทึกข้อมูลด้วยอิเล็กทรอนิกส์สำหรับงานผู้ป่วยฟอกไต (Hemodialysis Electronics Data Recording) 4. โปรแกรมระบบเตือนและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อในกระแสโลหิตล่วงหน้า (EWS&SOS Score Data Management System) 5. ระบบเฝ้าติดตามสัญญาณชีพต่อเนื่องแบบไร้ขอบเขตทุกที่ทุกเวลา (Remote Continuous Vital Sign Monitoring System) เป็นต้น

ดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเทียบเยน 105 เยน รับความหวังแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

ดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเทียบเยน 105 เยน รับความหวังแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยเทียบเยนบริเวณกรอบล่าง 105 เยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวเช้านี้ โดยได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ณ เที่ยงวันนี้ตามเวลาโตเกียว ดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 105.39-105.40 เยน เทียบกับ 105.34-105.44 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 105.30-105.31 เยนที่ตลาดโตเกียว ณ เวลา 17.00 น. ของเมื่อวันศุกร์

ยูโรเคลื่อนไหวที่ 1.1713-1.1716 ดอลลาร์ และ 123.46-123.50 เยน เทียบกับ 1.1713-1.1723 ดอลลาร์ และ 123.44-123.54 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 1.1715-1.1717 ดอลลาร์ และ 123.36-123.40 เยนที่ตลาดโตเกียวในช่วงเย็นวันศุกร์

หุ้นยุโรปปิดร่วงร่วงลง 2.08% วิตกล็อกดาวน์รอบใหม่หลังยอดติดโควิดพุ่ง

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดร่วงร่วงลง 2.08% วิตกล็อกดาวน์รอบใหม่หลังยอดติดโควิดพุ่ง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่หลังการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของโรคโควิด-19 ทั่วยุโรป และนักลงทุนยังหมดหวังที่จะเห็นมาตรการกระตุ้นด้านการคลังของสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 2.08% ปิดที่ 362.91 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,837.42 จุด ร่วงลง 104.24 จุด หรือ -2.11%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,703.75 จุด ร่วงลง 324.31 จุด หรือ -2.49% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,832.52 จุด ร่วงลง 102.54 จุด หรือ -1.73%

ตลาดถูกกดดัน เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ในยุโรป โดยฝรั่งเศสกำหนดมาตรการเคอร์ฟิวส์ และประเทศยุโรปอื่นๆ สั่งปิดโรงเรียนเพื่อพยายามควบคุมการแพร่ระบาดครั้งใหม่ของโรคโควิด-19 ก่อนถึงฤดูหนาว

รัฐบาลอังกฤษกำหนดมาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้นในกรุงลอนดอน ขณะที่นักลงทุนรอดูการประชุมสุดยอดของสหภาพยุโรปเป็นเวลา 2 วันซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อหาสัญญาณความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าหลังอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

หุ้นกลุ่มรถยนต์, กลุ่มประกัน และกลุ่มพลังงาน ร่วงลงมากกว่า 2%

ฟุตซี่ปิดร่วง 102.54 จุด วิตกล็อกดาวน์-ข้อตกลงการค้าหลัง Brexit

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดร่วง 102.54 จุด วิตกล็อกดาวน์-ข้อตกลงการค้าหลัง Brexit

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ในอังกฤษหลังยอดติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป (EU) หลังการแยกตัว (Brexit) กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,832.52 จุด ร่วงลง 102.54 จุด หรือ -1.73%

ตลาดถูกกดดัน เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษกำหนดมาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ในกรุงลอนดอนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันสั่งล็อกดาวน์กรุงลอนดอนรอบใหม่ตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์นี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดรอบสองของโรคโควิด-19

ผู้นำสหภาพยุโรปตกลงที่จะเจรจาเรื่องการทำข้อตกลงการค้ากับอังกฤษหลัง Brexit แต่ก็เตรียมพร้อมรับกรณีที่การเจรจาอาจล้มเหลว และไม่สามารถทำข้อตกลงกันได้ ซึ่งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังคงบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้น

แนวโน้มดัชนีเช้าผันผวน แผนกระตุ้นศก.สหรัฐไม่แน่นอน-การเมืองในปท.กดดัน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้า ผันผวน แผนกระตุ้นศก.สหรัฐไม่แน่นอน-การเมืองในปท.กดดัน

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะ ผันผวน จากปัจจัยการเมืองเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่ายังไม่จบแต่ก็ต้องจับตาดูว่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป ขณะที่ยังต้องติดตามการประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3/63 ของกลุ่มแบงก์ที่จะทยอยออกมา โดยเฉพาะต้องติดตามดูหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ติดลบเล็กน้อย

พร้อมให้แนวรับ 1,250 จุด ส่วนแนวต้าน 1,275 จุด

ขณะที่นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway Down คล้ายตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบราว 0.1-0.8% เผชิญแรงกดดันจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีความไม่แน่นอน หลังจากที่นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ยอมรับว่า การบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ถือเป็นเรื่องที่ยาก

นอกจากนี้ตลาดบ้านเราก็ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยการเมือง หลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร มีผลตั้งแต่เวลา 04.00 น.วันนี้ (15 ต.ค.) เป็นต้นไป ปัจจัยนี้อาจทำให้เงินทุนต่างชาติไหลออกได้ พร้อมให้แนวรับ 1,260-1,254 จุด ส่วนแนวต้าน 1,270-1,276 จุด

 

EXIM BANK ร่วมยินดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

EXIM BANK ร่วมยินดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นำผู้บริหาร EXIM BANK ร่วมแสดงความยินดีกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ (ที่ 4 จากขวา) ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้งหารือแนวทางในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยภายใต้บทบาทของ EXIM BANK ภายหลังการประชุมมอบนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานในกำกับกระทรวงการคลัง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ณ กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563