ฟุตซี่ปิดบวก 104.90 จุด ขานรับข่าวประสิทธิภาพวัคซีนต้านโควิด

ตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 104.90 จุด ขานรับข่าวประสิทธิภาพวัคซีนต้านโควิด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (16 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวบริษัทโมเดอร์นาของสหรัฐรายงานประสิทธิภาพของวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้นสู่ระดับก่อนเกิดโรคระบาด

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,421.29 จุด เพิ่มขึ้น 104.90 จุด หรือ +1.66%

ตลาดปรับตัวขึ้น หลังบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ของสหรัฐรายงานว่าวัคซีนต้านโรคโควิดของบริษัทมีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสถึง 94.5% หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ และบริษัท BioNTech ของเยอรมนีได้ประกาศถึงประสิทธิภาพของวัคซีนต้านโรคโควิดไปเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา

หุ้นกลุ่มการเดินทาง และสันทนาการปรับตัวขึ้น โดยหุ้นซีนเวิลด์ ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ พุ่ง 13.5%

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า วัคซีนที่มีประสิทธิภาพจะช่วยยุติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และจะสามารถเปิดเศรษฐกิจได้ในที่สุดโดยไม่ต้องวิตกว่าจะมีการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์อีก

หุ้นกลุ่มพลังงาน, กลุ่มธนาคารและกลุ่มเหมืองแร่ ปรับตัวขึ้นมากที่สุด

หุ้นเชลล์ พุ่งขึ้น 6.45%, หุ้นบีพี พุ่ง 5.85%, หุ้นเอชเอสบีซี พุ่งขึ้น 4.32%, หุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด พุ่ง 5.42%, หุ้นเกล็นคอร์ บวก 2.92% และหุ้นแองโกล อเมริกัน เพิ่มขึ้น 2.58% ufabet

ฟุตซี่ปิดร่วง 102.54 จุด วิตกล็อกดาวน์-ข้อตกลงการค้าหลัง Brexit

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดร่วง 102.54 จุด วิตกล็อกดาวน์-ข้อตกลงการค้าหลัง Brexit

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ในอังกฤษหลังยอดติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป (EU) หลังการแยกตัว (Brexit) กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,832.52 จุด ร่วงลง 102.54 จุด หรือ -1.73%

ตลาดถูกกดดัน เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการที่อังกฤษกำหนดมาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ในกรุงลอนดอนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันสั่งล็อกดาวน์กรุงลอนดอนรอบใหม่ตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์นี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดรอบสองของโรคโควิด-19

ผู้นำสหภาพยุโรปตกลงที่จะเจรจาเรื่องการทำข้อตกลงการค้ากับอังกฤษหลัง Brexit แต่ก็เตรียมพร้อมรับกรณีที่การเจรจาอาจล้มเหลว และไม่สามารถทำข้อตกลงกันได้ ซึ่งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังคงบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้น