หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.59 จุด วิตกยอดติดเชื้อโควิดพุ่งทั่วโลก

หุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.59 จุด วิตกยอดติดเชื้อโควิดพุ่งทั่วโลก

หุ้นยุโรป

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (23 เม.ย.) และลดลงเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 8 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลก ซึ่งได้บดบังปัจจัยบวกจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของยูโรโซน

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 439.04 จุด ลดลง 0.59 จุด หรือ -0.13%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,257.94 จุด ลดลง 9.34 จุด หรือ -0.15% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,279.62 จุด ลดลง 40.90 จุด หรือ -0.27% ส่วนดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,938.56 จุด เพิ่มขึ้น 0.32 จุด หรือ +0.00%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง 0.8% ในรอบสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาจากความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยอินเดียรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงสุดในโลกเป็นวันที่สองในวันศุกร์ และญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวและอีก 3 จังหวัดแล้ว หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังถูกกดดันหลังจากมีรายงานข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐวางแผนที่จะปรับขึ้นภาษีกำไรจากการลงทุน (capital gains tax)

หุ้นกลุ่มปลอดภัย อาทิ กลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มผู้บริโภคปรับตัวลงมากที่สุด แต่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น

ตลาดหุ้นยุโรปไม่ได้รับแรงหนุน แม้มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซนที่แข็งแกร่งก็ตาม โดยไอเอชเอส มาร์กิตซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-บริการเบื้องต้นของยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 53.7 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน เพิ่มขึ้นจากระดับ 53.2 ในเดือนมี.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากภาคการผลิตที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดัชนี PMI อยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งหมายความว่า กิจกรรมของภาคธุรกิจในยูโรโซนยังคงขยายตัว ufabet

หุ้นยุโรปปิดบวกเพิ่มขึ้น 1.35 จุด ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว

หุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวกเพิ่มขึ้น 1.35 จุด ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ก.พ.) เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยนักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยผลประกอบการ และมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วขึ้น เนื่องจากสหรัฐเตรียมผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 407.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.35 จุด หรือ +0.33%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,563.05 จุด ลดลง 0.06 จุด หรือ -0.00%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,933.63 จุด เพิ่มขึ้น 98.47 จุด หรือ +0.71% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,507.82 จุด ลดลง 8.83 จุด หรือ -0.14%

ตลาดได้แรงหนุนจากความหวังที่เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน หลังวุฒิสภาสหรัฐดำเนินการที่จะอนุมัติมาตรการของนายไบเดนโดยไม่ต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่บริษัทจดทะเบียนในยุโรปเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นในปีนี้

หุ้นซีเมนส์ บวก 1.73% เนื่องจากบริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการในปีนี้ หลังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกดีเกินคาด ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวที่เร็วเกินคาดจากภาวะชะลอตัวที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ระบาดในจีนและเยอรมนี

หุ้นโนโว นอร์ดิสค์ พุ่ง 2.74% หลังเปิดเผยยอดขายยารักษาเบาหวานเพิ่มขึ้น และคาดการณ์ผลกำไรในปีนี้ ufa

“หุ้นยุโรป”ความน่าสนใจที่หลายคนมองข้าม

“ไปลงทุนในหุ้นยุโรปกันเถอะ” เชื่อว่าหลายคนที่ได้ยินประโยคนี้ คงนึกส่ายหน้าอยู่ในใจและแทบจะอุดหูไม่อยากฟังต่อ เนื่องจากยังคงมีมุมมองในเชิงลบต่อปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรป

แต่หากเรามองลึกเข้าไปในตัวตลาดหุ้นยุโรปเอง จะพบว่า แม้กระทั่งในปีที่เศรษฐกิจยุโรปหดตัวลงอย่างในปี 2555 ตลาดหุ้นยุโรปกลับสามารถปรับตัวขึ้นมาเป็นบวกได้เกือบ 20% หรือแม้กระทั่งในปีนี้เอง ที่คาดว่าเศรษฐกิจยุโรปน่าจะยังคงเป็นอีกปีที่ติดลบ แต่ตลาดหุ้นยุโรปตั้งแต่ต้นปีกลับปรับตัวขึ้นมาได้กว่า 8% (ข้อมูล ณ 2 ส.ค. 2556)

โดยทั่วไปแล้ว ดัชนีหุ้น เป็นหนึ่งในตัวชี้นำเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกันว่า Leading Indicator ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกทิศทางแนวโน้มของเศรษฐกิจในอนาคต นั่นหมายความว่า เมื่อมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น ตลาดหุ้น มักจะปรับตัวขึ้นนำไปก่อน (แม้ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจอาจจะยังไม่ดีก็ตาม)

ในกรณีของยุโรป จะเห็นได้ว่า แม้เศรษฐกิจยุโรปในปี 2556 นี้ จะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่เมื่อเทียบกับปี 2555 ก็นับว่ามีภาพรวมที่ดีขึ้น ดังนั้น เมื่อตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปในปีที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น ในเมื่อดัชนีหุ้นเป็นหนึ่งในดัชนีชี้นำที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจ จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า แล้วปีหน้าเศรษฐกิจยุโรปจะเป็นอย่างไร และจะส่งผลต่อการลงทุนในปีนี้อย่างไร

แม้ว่าเศรษฐกิจของยุโรปในภาพรวมจะยังคงเติบโตได้ค่อนข้างช้า ขณะที่การแก้ไขปัญหาหนี้ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก็เชื่อได้ว่าเศรษฐกิจยุโรปน่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะมีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ยุโรปในปี 2556 ซึ่งจะหดตัวลง-0.60% นั้น จะสามารถกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ 0.90% ในปี 2557 ขณะที่ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของยุโรป ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี รวมไปถึงดัชนีราคาภาคการผลิตหรือ PMI ซึ่งใช้ชี้วัดปริมาณธุรกิจทั้งในภาคผลิตและภาคบริการ ซึ่งได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายเดือน โดยล่าสุด ปรับขึ้นมาแตะระดับเหนือ 50 จุด ซึ่งแสดงถึงการขยายตัวในภาคธุรกิจเป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือน

นอกจากนี้ นโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการคุมการขาดดุลงบประมาณของประเทศสมาชิกลงเพื่อให้การบริโภค การลงทุน และการส่งออกของประเทศสมาชิกได้ฟื้นตัวขึ้นมา รวมถึงการคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมา 0.25% ในเดือน พ.ค. 2556 มาอยู่ที่ระดับ 0.50% ก็เป็นปัจจัยเสริมอีกแรงที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจยุโรปสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงแผนการจัดตั้ง “สหภาพการธนาคาร” โดยเชื่อว่าน่าจะจัดตั้งได้สำเร็จในปี 2557 นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนที่จะตั้งขึ้นเพื่อใช้ป้องกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่อสถาบันการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงระหว่างเศรษฐกิจ ฐานะการคลังและฐานะของสถาบันการเงิน ออกจากกันอย่างชัดเจน

จะเห็นได้ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต เริ่มส่งสัญญาณที่ดี จึงไม่น่าแปลกใจว่า ตลาดหุ้นยุโรปในปีนี้ ได้เริ่มทยอยปรับตัวขึ้นมาก่อนแล้ว ซึ่งหากพัฒนาการและความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปสามารถแก้ไข และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามที่ได้กล่าวไว้ ก็จะทำให้ตลาดยุโรปเป็นอีกตลาดทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าระดับราคาหุ้นของตลาดยุโรปปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ คือซื้อขายกันที่สัดส่วนราคาต่อกำไรหรือพีอี ประมาณ 12 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 13.9 เท่า นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนยุโรปรายใหญ่ มักจะเป็นบริษัทข้ามชาติ ที่ไม่ได้มีรายได้จากในประเทศยุโรปเพียงอย่างเดียว โดยจากการศึกษาของมอร์แกนสแตนเลย์ พบว่าบริษัทยุโรปที่อยู่ในดัชนีหุ้น MSCI World Index มีรายได้จากนอกประเทศถึงกว่า 50%

ดังนั้น แม้ภาวะเศรษฐกิจยุโรปจะยังไม่ฟื้นอย่างเต็มที่ แต่เศรษฐกิจโลกในภาพรวม ยังสามารถขยายตัวได้ ซึ่งก็จะส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทยุโรป และนำส่งไปถึงผลการดำเนินงานของหุ้นยุโรปเช่นเดียวกัน

หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 4.15 จุด วิตกล็อกดาวน์ถ่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

หุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 4.15 จุด วิตกล็อกดาวน์ถ่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (15 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดมากขึ้น, ความล่าช้าในการส่งมอบวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ไปยังยุโรป และจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นในจีน ได้ทำลายความหวังที่ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 407.85 จุด ลดลง 4.15 จุด หรือ -1.01%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,611.69 จุด ลดลง 69.45 จุดหรือ -1.22%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,787.73 จุด ลดลง 200.97 จุด หรือ -1.44% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,735.71 จุด ลดลง 66.25 จุด หรือ -0.97%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐด้วยซึ่งถูกกดดันจากหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลงหลังการเปิดเผยผลประกอบการ

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังลดลงเป็นสัปดาห์แรกนับตั้งแต่กลางเดือนธ.ค. โดยปรับตัวลง 0.8% ในรอบสัปดาห์นี้

ตลาดได้รับแรงกดดันจากการที่ประเทศในยุโรปบางประเทศได้รับวัคซีนโควิดลดลง เนื่องจากบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐชะลอการส่งมอบวัคซีนโควิดที่พัฒนาร่วมกับบริษัทไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี

หุ้นไบโอเอ็นเทค ร่วงลง 2.2%

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ รวมถึงกลุ่มน้ำมันและก๊าซ ปรับตัวลง หลังทางการจีนประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่กับประชาชนมากกว่า 28 ล้านคน ซึ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์แร่และน้ำมันจากจีนซึ่งเป็นประเทศนำเข้ารายใหญ่

หุ้น SAP ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ธุรกิจของเยอรมนี ลดลง 0.7% หลังบวกขึ้นในช่วงแรกจากการเปิดเผยผลประกอบการทั้งปีที่ระดับสูงสุดของช่วงคาดการณ์ ufa

หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.67% วิตกยอดติดเชื้อโควิดเพิ่มกระทบเศรษฐกิจโลก

หุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.67% วิตกยอดติดเชื้อโควิดเพิ่มกระทบเศรษฐกิจโลก

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (11 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั่วยุโรป และในประเทศจีนนั้น ดูเหมือนมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.67% ปิดที่ 408.41 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,936.66 จุด ลดลง 112.87 จุด หรือ -0.80%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,662.43 จุด ลดลง 44.45 จุด หรือ -0.78% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,798.48 จุด ลดลง 74.78 จุด หรือ -1.09%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงจากระดับสูงสุดของเดือนก.พ. 2563 ที่เข้าทดสอบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร ท่ามกลางความวิตกว่า การล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในยุโรปเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงรายงานยอดติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในจีนมากที่สุดในรอบกว่า 5 เดือนนั้น จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ตลาดหุ้นอังกฤษร่วงลง หลังที่ปรึกษาด้านการแพทย์ระดับสูงระบุว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของโรคโควิด-19 จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เนื่องจากไวรัสกลายพันธุ์ที่แพร่เชื้อได้เร็วขึ้นนั้นได้แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ ร่วงลง 1.7% เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่ากดดันราคาโลหะพื้นฐาน และความวิตกเกี่ยวกับภาวะอุปสงค์ถ่วงราคาโลหะลงด้วย

หุ้นกลุ่มการเดินทางและสันทนาการร่วงลงมากที่สุด โดยถูกกดดันจากการที่บริษัทคาร์ริวัล คอร์ป รายงานยอดขาดทุนสุทธิเบื้องต้นมากกว่าคาด เนื่องจากธุรกิจเดินเรือสำราญหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ufa

หุ้นยุโรปปิดลบที่ 391.69 จุด นลท.ขายทำกำไรหลังตลาดพุ่งรับวัคซีนโควิด

ตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบที่ 391.69 จุด นลท.ขายทำกำไรหลังตลาดพุ่งรับวัคซีนโควิด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (2 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังตลาดทะยานขึ้น 14% ในเดือนพ.ย. แต่หุ้นไบโอเอ็นเทคของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด หลังจากอังกฤษเป็นประเทศแรกที่อนุมัติให้ใช้วัคซีนต้านโรคโควิด-19 ที่ไบโอเอ็นเทคร่วมพัฒนากับบริษัทไฟเซอร์

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.05% ปิดที่ 391.69 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,583.01 จุด เพิ่มขึ้น 1.37 จุด หรือ +0.02%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,313.24 จุด ลดลง 69.06 จุด หรือ -0.52% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,463.39 จุด เพิ่มขึ้น 78.66 จุด หรือ +1.23%

ตลาดถูกกดดันจากแรงขายทำกำไร หลังจากพุ่งขึ้นอย่างมากในเดือนพ.ย.รับข่าวความคืบหน้าวัคซีนต้านโรคโควิด-19

หุ้นไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี พุ่งขึ้น 7.5% ขานรับข่าวอังกฤษอนุมัติการใช้วัคซีนโควิดที่ไบโอเอ็นเทคร่วมพัฒนากับไฟเซอร์แล้ว

ตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) เพื่อทำข้อตกลงการค้า หลังอังกฤษแยกตัวออกจาก EU (Brexit) เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งกันในหลายประเด็น ขณะที่ EU ระบุว่า จะออกมาตรการฉุกเฉินในวันพุธหรือพฤหัสบดีนี้ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐเปิดเผยว่า เขาจะยังไม่ยกเลิกข้อตกลงการค้าเฟสแรกที่สหรัฐทำไว้กับจีนในสมัยของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสงครามการค้าและภาษีระหว่าง 2 ประเทศรายใหญ่ที่สุดนั้นได้ส่งผลกระทบต่อตลาดและชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

นักลงทุนในยุโรปจะจับตารอสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เร็วๆ นี้ หลังนิวยอร์ก ไทม์สรายงานว่า นายไบเดนจะผลักดันให้สภาคองเกรสออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ก่อนที่เข้าจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนม.ค.

หุ้นกลุ่มรถยนต์ถ่วงตลาดลง นำโดยหุ้นโฟล์คสวาเกนซึ่งร่วงลง 2.1% ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ufabet

หุ้นยุโรปปิดลบที่ 369.75 จุด เหตุนลท.ขายจากวิตกเศรษฐกิจ-ยอดติดโควิดเพิ่ม

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบที่ 369.75 จุด เหตุนลท.ขายจากวิตกเศรษฐกิจ-ยอดติดโควิดเพิ่ม

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทาง และการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งบดบังความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการรักษาโรคโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.30% ปิดที่ 369.75 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,061.62 จุด ลดลง 4.92 จุด หรือ -0.04% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,037.01 จุด ลดลง 67.72 จุด หรือ -1.11% ขณะที่ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,008.27 จุด เพิ่มขึ้น 0.38 จุด หรือ +0.01%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มทรัพยากรของอังกฤษ หลังเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นซึ่งกระทบรายได้จากต่างประเทศของกลุ่มบริษัทดังกล่าว

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ซบเซาของยุโรปยังคงเป็นปัจจัยถ่วงตลาดลง โดยเยอรมนีเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หดตัวลงเป็นประวัติการณ์ 9.7% ในไตรมาส 2/2563 อ่านเพิ่มเติม