ปิดลบ 8.59 จุด พักฐานระยะสั้นจากขาดปัจจัยหนุน คาดสัปดาห์หน้าดีดตัวขึ้น

หุ้นไทย : ปิดลบ 8.59 จุด พักฐานระยะสั้นจากขาดปัจจัยหนุน คาดสัปดาห์หน้าดีดตัวขึ้น

ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,508.35 จุด ลดลง 8.59 จุด (-0.57%) มูลค่าการซื้อขาย 106,410.20 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยพักฐาน ขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,521.31 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,503.19 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 504 หลักทรัพย์ ลดลง 1,049 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 465 หลักทรัพย์

นายวีรวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้พักตัวระยะสั้น ขาดปัจจัยหนุนใหม่ รวมถึงคาดว่าอาจมีการขายหุ้นออกมาเพื่อไปซื้อหุ้นบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ที่เข้าเทรดเป็นวันแรกด้วย เห็นได้จากปริมาณการซื้อหุ้นที่มากที่สุด หรือคิดเป็นราว 50% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดในวันนี้

แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้า คาดว่า ดัชนีน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นได้หากไม่หลุด 1,500 จุด โดยให้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงในวันที่ 15 ก.พ. และการทยอยประกาศผลประกอบการในไตรมาส 4/63 ของบริษัทจดทะเบียน

ให้แนวรับที่ 1,480-1,500 จุด และแนวต้านที่ 1,530-1,550 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

OR มูลค่าการซื้อขาย 47,343.68 ล้านบาท ปิดที่ 29.25 บาท เพิ่มขึ้น 11.25 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,560.71 ล้านบาท ปิดที่ 40.25 บาท ลดลง 0.50 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,259.14 ล้านบาท ปิดที่ 111.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,673.06 ล้านบาท ปิดที่ 126.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,618.50 ล้านบาท ปิดที่ 11.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท ufabet

ก่อนการลงทุน ต้องรู้จักดัชนีหุ้นไทย

ดัชนีหุ้น คือ ตัวเลขที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่ดัชนีนั้นๆ อ้างอิง เช่น SET Index เป็นดัชนีที่สะท้อนราคาหุ้นทุกตัวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Stock Exchange of Thailand, SET)

ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์คำนวณโดยใช้วิธีถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization Weighted) ด้วยการเปรียบเทียบมูลค่าตลาดในวันปัจจุบันของหลักทรัพย์ (Current Market Value) กับมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ในวันฐานของหลักทรัพย์ (Base Market Value) คือ วันที่ 30 เมษายน 2518 (วันแรกที่มีการเปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) ซึ่งดัชนีมีค่าเริ่มต้นที่ 100 จุด โดย SET Index มีสูตร

ดังนี้SET Index = ( ) x ค่าฐานของดัชนี

โดยที่

มูลค่าตลาดรวมวันปัจจุบัน (Current Market Value) คือ มูลค่าตลาดรวมของหุ้นทั้งหมดที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันปัจจุบัน

มูลค่าตลาดรวมวันฐาน (Base Market Value) คือ มูลค่าตลาดรวมของหุ้นทั้งหมดที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันฐาน ซึ่งก็คือมูลค่า ณ วันที่ 30 เมษายน 2518

ค่าฐานของดัชนี (Base Value) คือ เลขที่เป็นฐานของดัชนีนั้นๆ โดยที่ ค่าฐานของดัชนี SET Index คือ 100 และวันฐาน คือ 30 เมษายน 2518

นอกจาก SET Index แล้ว ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของเรายังมี SET50 Index, SET100 Index, SETHD Index, sSET Index และ mai Index ซึ่งแต่ละ Index จะสะท้อนความเคลื่อนไหวของหุ้นที่ดัชนีนั้นใช้อ้างอิงแตกต่างกันไป ดังนี้

SET50 Index เป็นดัชนีราคาหุ้นที่ใช้แสดงระดับและความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญ 50 ตัว ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูง การซื้อขายมีสภาพคล่องสูงอย่างสมํ่าเสมอ และมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยผ่านเกณฑ์ที่กําหนด ประกาศโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะมีการพิจารณาปรับรายการหลักทรัพย์ใน SET50 นี้ ทุก 6 เดือนในการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เราน่าจะเคยได้ยินที่ผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจกล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยบวก xx จุดหรือลบ xx จุด แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่ามันหมายความว่าอย่างไร และมีที่มาจากไหน บทความนี้จะมาช่วยไขข้อข้องใจดังกล่าว

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นกรอบจำกัด ราคาน้ำมันพุ่งหนุน กลุ่มพลังงาน

หุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นกรอบจำกัด ราคาน้ำมันพุ่งหนุน กลุ่มพลังงาน

นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มขยับขึ้นในกรอบจำกัด และน่าจะยังติดยอดสูงเดิมบริเวณ 1,550 จุด โดยตลาดหุ้นได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นต่อเนื่องและยังเป็นแรงหนุนการลงทุนในหุ้น กลุ่มพลังงาน อยู่ รวมถึงการที่รัฐบาลออกมาตรการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รอบใหม่เป็นจิตวิทยาเชิงบวก

อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังรอติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการปี 63 ของกลุ่มสถาบันการเงินที่จะออกมาในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงทิศทางการลงทุนจากต่างชาติ หลังเริ่มเห็นแรงซื้อที่ชะลอตัวลงและมีลักษณะเลือกซื้อเป็นรายกลุ่มรายตัวมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยจากต่างประเทศในระยะสั้นยังมีทั้งเชิงบวกและลบคละกัน โดยตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ส่งผลสะท้อนมายังตลาดหุ้นในเอเชีย ที่เปิดมาบวกลบเล็กน้อย ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดตลาดเมื่อคืนนี้ลดลงเล็กน้อย

พร้อมทั้งให้แนวรับที่ 1,520 จุด และแนวต้านที่ 1,550-1,554 จุด ufa

หุ้นไทยปิดลบ 3.50 จุด ขายล็อกกำไรจากหลายปัจจัยไม่แน่นอน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : ปิดลบ 3.50 จุด ขายล็อกกำไรจากหลายปัจจัยไม่แน่นอน/สัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,323.31 จุด ลดลง 3.50 จุด (-0.26%) มูลค่าการซื้อขาย 54,673.10 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,337.61 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,319.45 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 568 หลักทรัพย์ ลดลง 876 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 492 หลักทรัพย์

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวขึ้นไปตอบรับถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปล่อยอัตราเงินเฟ้อยืดหยุ่นขึ้น ทำให้เห็นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวต่ำอีกนาน เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยที่ไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนก็เลือกขายล็อกกำไรไว้ก่อน ส่งผลให้ตลาดภาคบ่ายปรับตัวลงมาอยู่ในแดนลบ

ทั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเล็กน้อย ส่วนตลาดในยุโรปเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบไม่มาก แต่อิงไปในทางลบมากกว่า ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็ลดช่วงบวกลงมาเหลือ 100 กว่าจุด จากช่วงเช้าบวกไป 200 จุด ขณะที่ตลาดบ้านเราก็มีปัจจัยการเมืองในประเทศกดดันอยู่ด้วย ทำให้นักลงทุนเลือกขายทำกำไรออกมาก่อน

อย่างไรก็ดี สัปดาห์หน้าให้ติดตามการทยอยประกาศตัวเลข PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการทั่วโลก และติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ค.63 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะแถลงในวันที่ 31 ส.ค.นี้ อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นตายตัวที่ 2% ตามภูมิภาคหลังเฟดปรับนโยบายการเงิน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นตายตัวที่ 2% ตามภูมิภาคหลังเฟดปรับนโยบายการเงินครั้งสำคัญ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะขยับขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนบวก ขานรับถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ โดยเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิม โดยเงินเฟ้อสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% แทนที่จะกำหนดเป้าหมายตายตัวที่ 2% และตรึงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำไปจนถึงปี 2565 ทำให้เป็นบวกต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะ Emerging Market

แต่การปรับขึ้นของตลาดฯอาจจำกัด เนื่องจาก Valualtion ที่ไม่ถูก และนักลงทุนต่างชาติขายต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจัยการเมืองในประเทศอาจจะร้อนแรงขึ้นในเดือนหน้า (ก.ย.) อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้นตามภูมิภาค ผ่อนคลายสถานการณ์โควิด

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้นตาม ภูมิภาค ผ่อนคลายสถานการณ์โควิด,ข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีน

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน โดยเฉพาะตลาดของประเทศพัฒนาแล้วจะปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดในแถบอาเซียนที่บวกเล็กน้อย ขานรับปัจจัยบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯที่ดีขึ้น จากจำนวนผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 4 หมื่นคน/วัน และสหรัฐฯยังใช้พลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (convalescent plasma) ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วย

นอกจากนี้สถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนก็ดูจะผ่อนคลายขึ้น หลังจากที่ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯได้ออกมาว่า มีความคืบหน้าข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน และยังดำเนินการตามข้อตกลงทางการค้าอยู่ ทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนผ่อนคลาย

ส่วนบ้านเราดัชนี SET ได้ยืนเหนือระดับ 1,310 จุด ทำให้สัญญาณทางเทคนิคเป็นบวก อย่างไรก็ดีให้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรในวันนี้ โดยให้ติดตามแผนคืบหน้าการลงทุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อ่านเพิ่มเติม

หุ้นไทยปิดบวก 2.47 จุด อ่อนแอกว่าภูมิภาค กังวลบาทอ่อนค่าเร็ว

ภาวะตลาดหุ้นไทย : หุ้นไทยปิดบวก 2.47 จุด อ่อนแอกว่าภูมิภาค กังวลบาทอ่อนค่าเร็ว/สัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,299.26 จุด เพิ่มขึ้น 2.47 จุด (+0.19%) มูลค่าการซื้อขาย 42,295.00 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,307.64 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,296.68 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 556 หลักทรัพย์ ลดลง 839 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 464 หลักทรัพย์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์ อ่อนแอกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างบวกกันราว 0.8-1% เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าแบบเร่งตัวทำให้ไปถ่วงตลาด โดยตอนนี้ก็อยู่แถว 31.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจจะไปถึง 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้หุ้นในกลุ่มส่งออกได้ประโยชน์ แต่จะเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า ส่วนหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นก็ยังไม่ค่อยดีเนื่องจากค่าการกลั่นฟื้นตัวช้า

อย่างไรก็ดี คืนนี้ให้ติดตามการปรับน้ำหนักลงทุนของฟุตซี่ ซึ่งให้ดูว่าหุ้นไทยจะมีการปรับเข้า/ออก อย่างไรบ้าง และให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศด้วย รวมถึงติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีเรื่องการยืดอายุการบังคับใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน อ่านเพิ่มเติม

หุ้นไทย มีแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์หลังหลุด 1,300 รับแรงกดดันการเมือง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : หุ้นไทย มีแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์หลังหลุด 1,300 รับแรงกดดันการเมืองในปท.-บาทอ่อนค่า

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาด หุ้นไทย เช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ แม้ว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนบวกกัน แต่เป็นการรีบาวด์หลังจากเมื่อวานนี้ร่วงแรง และได้ Sentiment ดีจากดัชนี Nasdaq ปิดทำระดับสูง จากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุน แต่ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นเทคโนโลยีน้อย และหุ้นในกลุ่มแบงก์ และกลุ่มพลังงานก็น่าจะยังไม่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปได้

ทั้งนี้ บรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยยังไม่ค่อยดีนัก หลังจากเมื่อวานนี้ดัชนีฯร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ 1,300 จุด และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน ก็ยังถ่วงอยู่ ประกอบกับปัจจัยการเมืองในประเทศก็ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ในเดือนหน้ายังน่าเป็นห่วง รวมถึงเงินบาทก็อ่อนค่าทำให้ช่วงนี้นักลงทุนต่างชาติยังขายอยู่ อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์หลังคลายกังวล โควิด-19 แต่ยังต้องระวัง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นรีบาวด์หลังคลายกังวล โควิด-19 แต่ยังต้องระวังความผันผวนรับ Sentiment ลบจากตปท.

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้มีโอกาสรีบาวด์ได้ในช่วงสั้น จากคลายกังวลในเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังเมื่อวานนี้ได้ฉุดตลาดหุ้นไทยลง หลังจากทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นแค่ซากเชื้อที่ไม่สามารถแพร่ ระบาดสู่คนได้

อย่างไรก็ตาม มองว่ายังต้องระวังความผันผวนจากต่างประเทศ จากความกังวลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังนี้ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานการประชุมระบุว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับความเสี่ยงสูง อ่านเพิ่มเติม