ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.08% หลังสหรัฐเผยเงินเฟ้อต่ำ

เงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.08% หลังสหรัฐเผยเงินเฟ้อต่ำ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการที่สหรัฐเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ รวมทั้งการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.08% สู่ระดับ 90.3726 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8898 ฟรังก์ จากระดับ 0.8918 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2689 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2695 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 104.63 เยน จากระดับ 104.54 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2128 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2117 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3840 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3811 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7728 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7737 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. โดยดัชนี CPI ยังคงอยู่ในระดับต่ำในเดือนม.ค. เพราะถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้กระทบต่อตลาดแรงงานและภาคบริการ

ก่อนหน้านี้นักลงทุนพากันเข้าซื้อดอลลาร์ ขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในที่สุด จากการที่รัฐบาลสหรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการทางการคลังครั้งใหญ่ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน โดยคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไป

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. อย่างไรก็ดี ดัชนี CPI เดือนม.ค.นับว่ายังอยู่ในระดับต่ำ โดยถูกกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้กระทบต่อตลาดแรงงานและภาคบริการ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากทรงตัวในเดือนพ.ย. ขณะเดียวกันข้อมูลของกระทรวงฯระบุว่า เจ้าของธุรกิจจะใช้เวลา 1.29 เดือนในการขายสินค้าจนหมดสต็อก ลดลงจากระดับ 1.31 เดือนในเดือนพ.ย.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ufa

ธนาคารกลางนิวยอร์ค กล่าวว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินจริงแล้ว

บทความหนึ่งจากทางธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาเมืองนิวยอร์คหรือ New York Fed ที่ถูกตีพิมพ์ลงนิตยสารด้านการเงิน Liberty Street Economics ได้มีการกล่าวถึง bitcoin ว่า ‘เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำหรับสกุลเงินจริงๆอีกหนึ่งสกุล’

โดยในบทความดังกล่าวนั้นใช้ชื่อว่า “Bitcoin is Not a New Type of Money” หรือแปลตรงตัวว่า bitcoin นั้นไม่ใช่เงินในรูปแบบใหม่ ถูกเขียนขึ้นมาโดยนักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์จาก Fed สาขานิวยอร์คนาย Michael Lee  และนักวิเคราะห์ด้านสถิตินาย Antoine Martin ได้มีการแสดงมุมมองของสกุลเงินในรูปแบบทั้ง 3 รูปแบบซึ่งก็คือ เฟียต, สินทรัพย์ที่มีสินทรัพย์อื่นมาค้ำไว้, และสินทรัพย์ที่อ้างว่ามีสินทรัพย์อื่นมาทำไว้

โดยทั้งนาย Lee และ Martin เงินเฟียตว่าเป็นสกุลเงินสดที่ไม่มีมูลล่าที่แท้จริงใดๆเลย แต่มันจะมีค่าขึ้นมาได้เนื่องจากความเชื่อของผู้คนว่าพวกเขาสามารถนำมันไปใช้จ่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าและบริการอื่นๆได้ เขาว่าจุดที่น่าสนใจก็คือพวกเขากล่าวว่าสกุลเงินเฟียตที่ออกโดยรัฐบาลนั้นไม่ได้เป็นเฟียตแบบ 100%  เนื่องจากว่ามันมีสถานะที่ถูกต้องทางกฎหมาย และในตอนหลังพวกเขาก็กล่าวว่าบิทคอยน์เป็นสกุลเงินเฟียตอีกด้วย ทั้งๆที่ทางหน่วยงาน CFTC ในประเทศสหรัฐฯ เคยออกมากล่าวว่ามันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์

ทว่าเขากล่าวว่าตัวเขานั้นเข้าใจความหมายของสกุลเงินเฟียตดี แต่เขาเพียงแค่มีการเล่นคำใหม่เพื่อให้มันสอดคล้องกับในบทความดังกล่าว

โดยหากลองดูในตำราจะพบว่าคำจำกัดความของสกุลเงินเฟียตนั้นหมายถึงสกุลเงินกระดาษที่ถูกออกโดยคำสั่งของรัฐบาล และไม่สามารถนำไปแลกเป็นสินทรัพย์ที่ไปค้ำประกันเงินดังกล่าวอยู่ได้

คำว่า fiat เป็นภาษาละติน ที่แปลว่า “โดยคำสั่ง” ซึ่งในที่นี้มันมีความหมายประมาณว่าเป็นสกุลเงินที่ถูกควบคุมและออกคำสั่งผ่านการบังคับ โดยนาย Carter กล่าวว่ามูลค่าของมันนั้นมาจากความรับผิดชอบทางด้านภาษีของประชาชนที่จะต้องเป็นผู้ถือสกุลเงินและใช้สกุลเงินดังกล่าว

ดังนั้นโดยสรุปก็คือบิทคอยน์อาจมีสถานะเป็นเงินเฟียตก็ได้หากเราเชื่อในสิ่งที่ธนาคารกลางบอกให้เราเชื่อ

ดอลลาร์สหรัฐ (อังกฤษ: United States dollar; ในเอกสารเก่าอาจพบการใช้ เหรียญสหรัฐ) เป็นสกุลเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังใช้เป็นสกุลเงินสำรองในหลายประเทศทั่วโลก[1] รหัสสากลคือ ISO 4217 ใช้ตัวย่อว่า USD และสัญลักษณ์ $ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 31.19 บาท (อัตราแลก-เปลี่ยน ณ วันที่ 13 ส.ค. 15:00 UTC)

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้หน่วยเงิน ดอลลาร์ เป็นสกุลเงินประจำชาติ และยังมีประเทศอื่นที่มีเงินดอลลาร์เช่นกัน แต่ใช้ชื่อเรียกอื่น เช่น ดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์ไต้หวัน นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นสกุลเงินหลักในหลายประเทศ[2] และในบางประเทศถึงแม้ว่าดอลลาร์สหรัฐไม่ใช่สกุลเงินหลัก แต่ยังมีการยอมรับในการใช้จ่ายสินค้าทั่วไป

ชื่อเล่นที่ชาวอเมริกันเรียก 1 เซนต์ ว่า “เพนนี” (penny), 5 เซนต์ ว่า “นิกเกิล” (nickel), 10 เซนต์ ว่า “ไดม์” (dime), 25 เซนต์ ว่า “ควอเตอร์” (quarter), 1 ดอลลาร์สหรัฐ ว่า “บั๊ก (ภาษาสแลง, ภาษาพูด)” (buck) และเรียก หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ว่า แกรนด์ (grand)

ดอลล์แข็งค่าเพิ่มขึ้น 0.53% รับแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังเฟดกังวลศก.

เงินนิวยอร์ก : ดอลล์แข็งค่าเพิ่มขึ้น 0.53% รับแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังเฟดกังวลศก.

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัย หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.53% แตะที่ 90.6500 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 104.16 เยน จากระดับ 103.64 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8893 ฟรังก์ จากระดับ 0.8865 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2795 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2695 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2100 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2164 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3683 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3732 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7663 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7747 ดอลลาร์สหรัฐ

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ เฟดระบุว่าจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงินรวม 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน โดยเฟดจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 8 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน

เฟดยังระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วสหรัฐและทั่วโลก ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการจ้างงานชะลอตัวลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และพัฒนาการของวัคซีนต้านโควิด-19

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนธ.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันในเดือนธ.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2563 (ประมาณการเบื้องต้น), ยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธ.ค., ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ufa

ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐ (อังกฤษ: United States dollar; ในเอกสารเก่าอาจพบการใช้ เหรียญสหรัฐ) เป็นสกุลเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังใช้เป็นสกุลเงินสำรองในหลายประเทศทั่วโลก[1] รหัสสากลคือ ISO 4217 ใช้ตัวย่อว่า USD และสัญลักษณ์ $ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 31.19 บาท (อัตราแลก-เปลี่ยน ณ วันที่ 13 ส.ค. 15:00 UTC)

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้หน่วยเงิน ดอลลาร์ เป็นสกุลเงินประจำชาติ และยังมีประเทศอื่นที่มีเงินดอลลาร์เช่นกัน แต่ใช้ชื่อเรียกอื่น เช่น ดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์ไต้หวัน นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นสกุลเงินหลักในหลายประเทศ[2] และในบางประเทศถึงแม้ว่าดอลลาร์สหรัฐไม่ใช่สกุลเงินหลัก แต่ยังมีการยอมรับในการใช้จ่ายสินค้าทั่วไป

ชื่อเล่นที่ชาวอเมริกันเรียก 1 เซนต์ ว่า “เพนนี” (penny), 5 เซนต์ ว่า “นิกเกิล” (nickel), 10 เซนต์ ว่า “ไดม์” (dime), 25 เซนต์ ว่า “ควอเตอร์” (quarter), 1 ดอลลาร์สหรัฐ ว่า “บั๊ก (ภาษาสแลง, ภาษาพูด)” (buck) และเรียก หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ว่า แกรนด์ (grand)

รายการของสกุลเงินโลก

สกุลเงินต่างประเทศเป็นผลิตภัณฑ์หลักในแง่ของการเทรดฟอเร็กซ์ มีสกุลเงินทั้งหมด 180 สกุลเงินในโลกซึ่งหมุนเวียนอยู่ใน 197 ประเทศ

สกุลเงินที่นิยมมากที่สุดในการเทรดฟอเร็กซ์คือดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar) มูลค่าการซื้อขายรวมในปี 2015 สร้างรายได้ 88% ของธุรกรรมสกุลเงินทั้งหมด สกุลเงินที่นิยมอันที่ 2 คือยูโร (EUR) จัดเป็น 31% ของการดำเนินการฟอเร็กซ์รวม หลังจากสกุลเงินผู้นำจะตามด้วยสกุลเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ปอนด์ (GBP) ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ดอลลาร์แคนาดา (CAD) ฟรังก์สวิส (CHF) และ หยวนจีน (CNY) ซึ่งแต่ละสกุลเงินมีมูลค่าการซื้อขายรวมอยู่ที่ 5%

ดอลล์อ่อนลดลง 0.26% นลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยรับความหวังมาตรการกระตุ้นศก.

เงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนลดลง 0.26% นลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยรับความหวังมาตรการกระตุ้นศก.

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 ม.ค.) เนื่องจากความหวังในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐทำให้นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.26% สู่ระดับ 90.5100 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8887 ฟรังก์ จากระดับ 0.8907 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2731 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2752 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 103.87 เยน จากระดับ 103.68 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2125 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2078 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3631 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3586 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7694 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7680 ดอลลาร์สหรัฐ

นางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ที่นำเสนอโดยนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าที่จะทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับความเสี่ยงด้านหนี้สิน พร้อมกับเรียกร้องให้สภาคองเกรสดำเนินการเพิ่มขึ้นอีก มิฉะนั้นเศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญกับการถดถอยที่ยาวนานและรุนแรงกว่า และอาจได้รับความเสียหายในระยะยาว

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา นายไบเดนได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชื่อว่า “American Rescue Plan” วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากระดับ 7.25 ดอลลาร์/ชั่วโมงในปัจจุบัน สู่ระดับ 15 ดอลลาร์, การเพิ่มวงเงินในการส่งเช็คเงินสดให้แก่ชาวอเมริกันเป็นคนละ 2,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่ได้คนละ 600 ดอลลาร์ และเพิ่มวงเงินช่วยเหลือคนตกงานเป็น 400 ดอลลาร์/สัปดาห์ โดยจะขยายโครงการช่วยเหลือดังกล่าวไปจนถึงสิ้นเดือนก.ย.ปีนี้

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนม.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) , จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนม.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธ.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนม.ค.จากมาร์กิต และยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. ufa

ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลักเพิ่มขึ้น 0.33% รับข้อมูลเศรษฐกิจสดใส

ตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลักเพิ่มขึ้น 0.33% รับข้อมูลเศรษฐกิจสดใส 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (31 ธ.ค.) แต่เมื่อเทียบตลอดทั้งปี 2563 ที่ผ่านมานั้น ดอลลาร์อ่อนค่าลงกว่า 7%

การซื้อขายในตลาดเงินนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ได้รับปัจจัยหนุน โดยนักลงทุนขานรับตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานซึ่งปรากฏว่าลดลงติดต่อกัน 2 สัปดาห์แล้ว

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.33% แตะ 89.9700 เมื่อคืนนี้

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2210 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2290 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3664 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3611 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7705 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7677 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.27 เยน จากระดับ 103.25 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8857 ฟรังก์ จากระดับ 0.8820 ฟรังก์ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2737 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2763 ดอลลาร์แคนาดา

ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 7.2% ในปีนี้ โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 89.277 และ 88.251 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในปี 2561

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดอลลาร์ยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในปี 2564 ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จากการที่มีการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ในวงกว้าง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนถือครองสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ขณะที่เทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากคาดการณ์ที่ว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ หลังเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.2564

นักลงทุนยังคงมีความหวังต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ว่านายมิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ ได้ขัดขวางการพิจารณาเพิ่มวงเงินในเช็คเงินสดให้แก่ชาวอเมริกันเป็น 2,000 ดอลลาร์ จากเดิม 600 ดอลลาร์ ขณะที่สภาผู้แทนราษฏรมีมติอนุมัติการเพิ่มวงเงินดังกล่าวตามข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ตลาดจับตาการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียในวันที่ 5 ม.ค.2564 ซึ่งจะตัดสินว่าพรรคเดโมแครตหรือรีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งหากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้ง ก็จะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเอื้อต่อการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

เมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 787,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว จากระดับ 806,000 รายที่มีการรายงานในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ โดยเป็นการปรับตัวลง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 828,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ufa

ปอนด์แข็งเทียบดอลล์ ลดลง 0.06% ขานรับอังกฤษ-อียูบรรลุดีลการค้า

เงินนิวยอร์ก : ปอนด์แข็งเทียบดอลล์ ลดลง 0.06% ขานรับอังกฤษ-อียูบรรลุดีลการค้า

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ธ.ค.) ขานรับข่าวอังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงการค้าซึ่งจะมีการบังคับใช้หลังจากอังกฤษแยกตัวจาก EU (Brexit) ในช่วงสิ้นปีนี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.06% แตะที่ 90.3600 เมื่อคืนนี้

เงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3534 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3480 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรทรงตัวที่ระดับ 1.2179 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7593 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7572 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.67 เยน จากระดับ 103.61 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8907 ฟรังก์ จากระดับ 0.8889 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2844 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2857 ดอลลาร์แคนาดา

เงินปอนด์ได้รับแรงหนุนหลังจากอังกฤษและ EU สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันเมื่อคืนนี้ตามเวลาไทย หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เจรจาร่วมกันเป็นเวลานานหลายเดือน โดยนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวว่า ข้อตกลงการค้าดังกล่าวมีความสมดุลและเป็นธรรม

ข่าวการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและ EU ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวล หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนต่างพากันวิตกกังวลว่า หากอังกฤษและ EU ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้ก่อนวันที่ 1 ม.ค.2564 ก็จะทำให้อังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit) ส่งผลให้อังกฤษสูญเสียสิทธิพิเศษทางการค้ากับ EU และทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการค้าภายใต้กฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) นอกจากนี้ ภาวะ no-deal Brexit จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอังกฤษและยุโรป ufa

เงินดอลล์แข็งค่าเพิ่มขึ้น 0.40% นักลงทุนรุกซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังตลาดหุ้นร่วง

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : เงินดอลล์แข็งค่าเพิ่มขึ้น 0.40% นักลงทุนรุกซื้อสกุลเงินปลอดภัยหลังตลาดหุ้นร่วง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนัก ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลง เนื่องจากความกังวลที่ว่าอังกฤษอาจจะไม่สามารถทำข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป (EU)

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.40% แตะที่ระดับ 93.4450 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9173 ฟรังก์ จากระดับ 0.9162 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3222 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3094 ดอลลาร์แคนาดา แต่หากเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 106.03 เยน จากระดับ 106.28 เยน

เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2990 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3168 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1780 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1811 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7215 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7276 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ เนื่องจากคำสั่งขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะลดระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีน พร้อมกับขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีบริษัทสหรัฐที่ออกไปสร้างงานในจีนและประเทศอื่นๆ

เงินปอนด์อ่อนค่าลง หลังจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้กำหนดเส้นตายในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เพื่อบรรลุข้อตกลงการค้ากับ Brexit โดยระบุว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ภายในวันดังกล่าว อังกฤษก็พร้อมที่จะออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนผ่านสิ้นสุดลงในช่วงสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ แม้ว่าอังกฤษได้สิ้นสุดการเป็นสมาชิกของ EU แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2563 แต่ก็ยังต้องดำเนินการตามกฎระเบียบต่างๆของ EU ในช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563 โดยในระหว่างนี้ อังกฤษกำลังเจรจากับ EU ในประเด็นต่างๆ นับตั้งแต่การค้าไปจนถึงความมั่นคง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 100.2 ในเดือนส.ค. ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยรายงานของ NFIB ยังระบุด้วยว่า ธุรกิจขนาดย่อมมีแผนที่จะสร้างงานใหม่

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนก.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนส.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.

ที่มา…RYT9

ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.12% หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.12% หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ก.ย.) โดยถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.12% แตะที่ 92.7378 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 106.05 เยน จากระดับ 106.29 เยน และดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9089 ฟรังก์ จากระดับ 0.9127 ฟรังก์ แต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3129 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3069 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1855 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1823 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าแตะที่ระดับ 1.3271 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3320 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าแตะระดับ 0.7274 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7317 ดอลลาร์สหรัฐ

การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐถ่วงดอลลาร์อ่อนค่าลง โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 56.9 ในเดือนส.ค. จากระดับ 58.1 ในเดือนก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 57.0

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 881,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 950,000 ราย หลังจากมีจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 1.011 ล้านรายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องนั้น ลดลงสู่ระดับ 13.254 ล้านราย หลังจากพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์แตะ 24.912 ล้านรายในช่วงต้นเดือนพ.ค.

สนับสนุนโดย…. black cat agency

ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.01% นักลงทุนจับตาถ้อยแลง”พาวเวล”

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.01% นักลงทุนจับตาถ้อยแลง”พาวเวล”

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (26 ส.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันนี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.01% แตะที่ 93.0048 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.01 เยน จากระดับ 106.32 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3153 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3183 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.9086 ฟรังก์ จากระดับ 0.9077 ฟรังก์

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1815 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1835 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3190 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3146 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7226 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7195 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟดและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันนี้ เวลา 09.10 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 20.10 น.ตามเวลาไทย อ่านเพิ่มเติม

ยูโรแข็งเทียบดอลล์สู่ระดับ 1.1835 ดอลลาร์ ขานรับดัชนีความเชื่อมั่นเยอรมนีสดใส

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ยูโรแข็งเทียบดอลล์สู่ระดับ 1.1835 ดอลลาร์ ขานรับดัชนีความเชื่อมั่นเยอรมนีสดใส

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) ขานรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีที่ดีดตัวสูงกว่าคาดในเดือนส.ค. ขณะที่ดอลลาร์ถูกกดดันจากรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ร่วงลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.31% แตะที่ 93.0136 เมื่อคืนนี้

ยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1835 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1790 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3146 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3056 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ร่ะดับ 0.7195 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7160 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 106.32 เยน จากระดับ 105.96 เยน แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9077 ฟรังก์ จากระดับ 0.9112 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3183 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3232 ดอลลาร์แคนาดา

สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้น หลังจาก Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีดีดตัวสู่ระดับ 92.6 ในเดือนส.ค. จากระดับ 90.4 ในเดือนก.ค. โดยดัชนีปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 92.2

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจของเยอรมนีมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน หลังรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.3 แสนล้านยูโร รวมทั้งปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อ่านเพิ่มเติม

เงินดอลล์อ่อนปรับตัวลง 0.09% หลังสหรัฐเผยตัวเลขคนว่างงานสูงกว่าคาด

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : เงินดอลล์อ่อนปรับตัวลง 0.09% หลังสหรัฐเผยตัวเลขคนว่างงานสูงกว่าคาด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 ส.ค.) หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานสูงกว่า 1 ล้านรายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.09% แตะที่ 92.7998 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.77 เยน จากระดับ 105.90 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9084 ฟรังก์ จากระดับ 0.9136 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3178 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3186 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1850 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1856 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3207 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3115 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.7191 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7203 ดอลลาร์สหรัฐ อ่านเพิ่มเติม