หนังเรื่อง “The Platform”คุกนรกปริศนา สะท้อนพฤติกรรมความเป็นคน

รีวิว The Platform เดอะ แพลตฟอร์ม

รีวิว The Platform เดอะ แพลตฟอร์ม ภาพยนตร์จาก Netflix ในช่วงที่เราต้อง ‘เก็บตัว’ เพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้กับมาตรการ ‘ปิด’ หรือ ‘ไม่ปิด’ ที่เปลี่ยนแปลงกันรายชั่วโมง

รีวิว The Platform เดอะ แพลตฟอร์ม

เรานึกอยากหยุดพักจากการเสพข่าวสารสักพัก แล้วพาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกจินตนาการกับ The Platfrom หนังในปี 2019 ผลงานเรื่องแรกของ แกลเดอร์ กัซเตลู-เออรูเทีย ผู้กำกับชาวสเปน ที่เพิ่งเข้าฉายใน Netflix เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2020

แทนที่เราจะรู้สึกผ่อนคลาย เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน ‘คุกแนวตั้ง’ กลับมอบคำถามมากมายกลับมาให้คิด โดยเฉพาะประเด็นความเหลื่อมล้ำ ชนชั้น 3 ระดับ โอกาสที่ไม่เคยเท่าเทียม ระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยอ้างเหตุผลเรื่องความสงบสุข และอีกมากมายที่เกิดขึ้นในโลก The Platform แต่เรารู้สึกใกล้ตัวและสมจริงจนน่ากลัว

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ โกเรง (อีวาน มาสซากูเอ) ตื่นขึ้นมาในสถานกักกันนักโทษ ที่ถูกออกแบบให้กลายเป็นตึกสูงเสียดฟ้าที่ไม่มีใครรู้ว่ามีทั้งหมดกี่ชั้น แต่ที่แน่ๆ คือทั้งหมดถูกแบ่งคร่าวๆ ออกเป็น ‘ชั้นบน’ ‘ชั้นกลาง’ และ ‘ชั้นล่าง’

ในทุกๆ วันจะมี ‘แท่น’ เตรียมอาหารสำหรับนักโทษ ที่จะถูกส่งผ่านลงมาจากชั้นสูงสุด (ชั้นที่ 0) ไล่ลงมาเรื่อยๆ ผ่าน ‘ช่องว่าง’ ที่อยู่กลางห้องไปจนถึงชั้นสุดท้าย เท่ากับกว่าเหล่านักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ ‘ชั้นกลาง’ และ ‘ชั้นล่าง’ จะต้องกินของเหลือต่อจากเหล่านักโทษที่อยู่ ‘ชั้นบน’

เมื่อครบกำหนดหนึ่งเดือน โกเรง และเหล่านักโทษทุกคนจะถูกสลับสับเปลี่ยนให้ไปอยู่ชั้นอื่นแบบสุ่ม จากคนที่อยู่ชั้นบนต้องลงมาอยู่ในชั้นล่าง คนที่อยู่ชั้นกลางได้ขึ้นไปอยู่ชั้นบน โกเรงต้องหาทางเอาชีวิตรอดเพื่อเฝ้ารอวันที่เขาจะพ้นกำหนดโทษและได้ออกจาก ‘ขุมนรก’ แห่งชนชั้นที่ไม่อาจคาดเดานี้ไปให้ได้

ในภาพรวม The Platform โดดเด่นมากๆ ในการสร้างบรรยากาศ ‘กดดัน’ ผ่านสถานที่ปิด จังหวะบีบคั้น ลึกลับ ชวนขนหัวลุก ที่น่าจะถูกใจคอหนังสยองขวัญเป็นพิเศษ แต่ก็มีอยู่หลายจุดที่ไม่ได้อธิบายชัดเจน ปล่อยพื้นที่ว่างให้คนดูคิดและตีความด้วยตัวเอง ที่ยอมรับว่าเราเองก็ไม่เข้าใจอยู่หลายจุด

แต่สิ่งที่ทำให้เราสนใจหนังสัญชาติสเปนเรื่องนี้มากที่สุด คือ การฉายภาพความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ค่อยๆ ทำลายและเปลี่ยนแปลงจิตใจของมนุษย์ลงไปอย่างช้าๆ โดยเฉพาะการแบ่งสถานกักกันออกเป็น

ชั้นบน – ที่มีสิทธิในการกินอาหารที่สดใหม่กว่า สามารถเลือกกินสิ่งที่ชอบได้ก่อนผู้

ชั้นกลาง – ที่แม้ไม่ได้กินอาหารที่ดี ไม่สามารถเลือกอาหารที่ชอบได้ทุกครั้ง แต่พวกเขาก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้

ชนชั้นล่าง – ที่ต้องทนทุกข์กับความอดอยากเพราะ ไร้สิทธิ ไร้เสียงโดยสมบูรณ์ เหลือเพียงซากอาหารให้ประทังชีวิต มีเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าสักวันหนึ่งโชคชะตาจะเข้าข้าง ส่งให้ตัวเองได้ไปเสวยสุขแบบเดียวกับชนชั้นสูงได้บ้างในสักวันหนึ่ง

ยังมีประเด็นอีกมากมายซ่อนอยู่ในตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งของ The Platform ทั้งความเชื่อทางศาสนา ความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ ฯลฯ ที่โกเรงและนักโทษหลายคนล้วนมีปัญหาที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดมีจุดร่วมหนึ่งเดียวกัน คือพวกเขาคือคนที่ถูก ‘ระบบ’ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อควบคุมดูแล บังคับให้พวกเขาต้องเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากเป็น

เป็นระบบที่เข้มแข็งไม่อาจล้มล้าง ระบบที่สร้างความเหลื่อมล้ำและแบ่งผู้คนออกจากกัน ระบบที่มอบทุกอย่างให้กับบางคน และพรากทุกสิ่งไปจากชีวิตของหลายคน ระบบที่หลายคนอยากหยุดยั้ง ชวนตั้งคำถามถึงการมีอยู่ ว่าเราสร้างระบบนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร และระบบนี้แก้ปัญหาให้กับผู้คนที่อยู่ภายใต้ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือเปล่า

ยิ่งได้รับชม The Platform ในช่วงเวลาที่เราต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน และเสพข่าวสารมากมายที่แพร่กระจายรวดเร็วยิ่งกว่าไวรัส ก็ต้องยอมรับว่า แม้ใจจะไม่อยากคิด แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ภาพที่เห็นในจอ ช่างเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน

เพียงแค่เปลี่ยนจาก ‘คุกแนวตั้ง’ ที่ถูกแบ่งเป็นชั้น มาเป็น ‘โลก’ ที่ดูเหมือนกว้าง แต่ไม่ได้เปิดโอกาสในการเลือกใช้ชีวิตให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม

เป็นโลกแสนเศร้า ที่ทำให้หยุดคิดไม่ได้ว่า หรือที่จริงแล้ว เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ใน ‘คุก’ กันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว

The Platform