TOP เผยแผนลงทุนช่วงปี 64-67 เน้นลงทุนโครงการ CFP ราว 2.25 พันล้านเหรียญฯ

บมจ.ไทยออยล์ (TOP)

TOP เผยแผนลงทุนช่วงปี 64-67 เน้นลงทุนโครงการ CFP ราว 2.25 พันล้านเหรียญฯ

บมจ.ไทยออยล์ (TOP) และบริษัทในกลุ่มมีแผนการลงทุนโครงการในอนาคต ตั้งแต่ปี 2564-2567 เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,248 ล้านเหรียญสหรัฐฯโดยส่วนใหญ่เป็นโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) 1,903 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และโครงการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำของ TOP SPP (TOP SPP Expansion) 145 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

โครงการ CFP มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทฯ ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและขยายกาลังการกลั่นน้ำมันเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทำให้สามารถกลั่นน้ำมันดิบได้มากและหลากหลายชนิดขึ้น ก่อให้เกิดการประหยัดด้านขนาด (Economies of Scale) และลดต้นทุนวัตถุดิบ

นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวอีกด้วย ซึ่งโครงการมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 4,825 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยโครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติแล้วจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ทั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 ufabet

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเกือบครึ่งศตวรรษ ไทยออยล์ก้าวจากโรงกลั่นเล็กๆขนาด
35,000 บาร์เรลต่อวัน มาเป็นโรงกลั่นนํ้ามันแบบเดี่ยวขนาด 275,000 บาร์เรลต่อวัน
ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศและมีความสามารถในการผลิตหลากหลายผลิตภัณฑ์ครบวงจร
ทั้งนํ้ามันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี นํ้ามันหล่อลื่นพื้นฐาน

ปัจจุบันโรงกลั่นนํ้ามันไทยออยล์สามารถผลิตนํ้ามันปิโตรเลียมสำเร็จรูปประมาณ 14,000 ล้านลิตรต่อปีหรือประมาณร้อยละ 25 ของกำลังการกลั่นรวมภายในประเทศ โดยมีการจำหน่ายในประเทศประมาณร้อยละ 85 ของกำลังการผลิตทั้งหมด โรงกลั่นนํ้ามันไทยออยล์ได้รับการออกแบบให้สามารถสร้างมูลค่าสูงสุดจากระบบการผลิตได้อย่างเต็มที่ และด้วยเหตุที่เป็นโรงกลั่น Complex Refinery ดังกล่าว จึงมีกระบวนการกลั่นหลายขั้นตอนคือมีทั้งหน่วยกลั่นนํ้ามันดิบ หน่วยเพิ่มคุณภาพ และหน่วยเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปที่มีคุณค่าสูงในสัดส่วนที่สูงมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียแปซิฟิกโดยมีความยืดหยุ่นสูงในการใช้วัตถุดิบหรือนํ้ามันดิบจากแหล่งต่างๆสามารถปรับเปลี่ยนระดับการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปแต่ละชนิดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดภายในประเทศ

โรงกลั่นไทยออยล์ประกอบด้วยหน่วยกลั่นหลักๆ 3 ประเภท ดังนี้

1. หอกลั่นนํ้ามันดิบ (Crude Distillation Units) ทำหน้าที่กลั่นนํ้ามันดิบเป็นนํ้ามันสำเร็จรูปชนิดต่างๆ โดยแยกประเภทตามอุณหภูมิที่ต่างกัน

2. หน่วยเพิ่มคุณภาพนํ้ามัน (Upgrading Units) ทำหน้าที่แปลงสภาพผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าต่ำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง โดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมี

3. หน่วยปรับปรุงคุณภาพนํ้ามัน (Quality Improvement Units) ทำหน้าที่ปรับปรุงคุณภาพของนํ้ามันเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานที่ต้องการเช่น การกำจัดสารปนเปื้อนต่างๆ ออกจากนํ้ามัน เป็นต้น

โรงกลั่นนํ้ามันของบริษัทฯ ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือนํ้าลึกแหลมฉบังที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายการส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งทางทะเล รถไฟ รถบรรทุก และผ่านระบบท่อลำเลียงที่สามารถขนส่งผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด (Multi-Product Pipeline) ของ บจ. ท่อส่งปิโตรเลียมไทย ดังนั้นบริษัทฯ จึงสามารถอำนวยความสะดวกในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและด้วยต้นทุนที่เหมาะสม

          ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯได้พัฒนาเทคโนโลยีการกลั่นนํ้ามันให้เจริญก้าวหน้าเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการกลั่น   ของบริษัทฯให้อยู่ในระดับสากลมาโดยตลอดแต่เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเสริมสร้างความเชื่อถือในผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพเป็นเลิศแก่ลูกค้า บริษัทฯจึงได้นำระบบมาตรฐาน ISO 9001 : 9002 และ ISO/IEC 17025 เป็นเครื่องมือในการบริหารการผลิต และการรับรองห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์นํ้ามันสำเร็จรูปตามลำดับ โดยบริษัทฯได้รับการรับรองทั้ง 2 ระบบแล้วจากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) มาตั้งแต่ปี 2539 และยังคงได้รับการรับรองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

บริษัทฯ ได้รับรางวัล TQC AWARD ซึ่งเป็นรางวัลที่บ่งชี้ถึงความเป็นเลิศในด้านการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบในปี 2552 โดยบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นจะพัฒนาการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ผลิตภัณฑ์และบริการ

  • นํ้ามันเบนซิน (Gasoline)

นํ้ามันเบนซิน  เป็นนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้อย่างแพร่หลายสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน และรถจักรยานยนต์ บริษัทฯ เป็นโรงกลั่นแห่งแรกในประเทศไทยที่สามารถผลิตนํ้ามันเบนซินตามมาตรฐานยูโร 4 ได้ โดยมีการปรับเปลี่ยนลักษณะและคุณภาพ ได้แก่ปรับลดปริมาณกำมะถันจากเดิม 500 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ลงเหลือไม่เกิน 50 ppmซึ่งจะช่วยลดการปล่อยซัลเฟอร์ออกไซด์ (SOx) ออกสู่บรรยากาศ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) และไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับลดปริมาณสารเบนซีน ซึ่งเป็นสาร     ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งด้วย

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังผลิตนํ้ามันเบนซินพื้นฐาน (Gasoline Base หรือ G-Base)   ซึ่งเมื่อนำไปผสมกับเอทานอลในสัดส่วน 10% 20% และ 85% จะได้เป็นนํ้ามันแก๊ซโซฮอล์ (Gasohol) E10 E20 และ E85 ตามลำดับ ปัจจุบันบริษัทฯสามารถผลิต และจำหน่ายนํ้ามันเบนซินออกเทน 95 นํ้ามันเบนซินพื้นฐานออกเทน 95 และนํ้ามันเบนซินพื้นฐานออกเทน 91 ให้แก่      ผู้บริโภคในประเทศเป็นหลัก

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *